ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ สปอร์ตอีโคคาร์ รูปหล่อ ขับสนุก ออพชั่นจัดเต็ม

HondaCivicBanner900x90

MGBanner 900x90px

Isuzu Banner Mar 2018

 
 
  P001  
  538 Download
Download
Read On PDF
 
 
 
  • Home
  • First Drive
  • ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ สปอร์ตอีโคคาร์ รูปหล่อ ขับสนุก ออพชั่นจัดเต็ม

ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ สปอร์ตอีโคคาร์ รูปหล่อ ขับสนุก ออพชั่นจัดเต็ม

ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ สปอร์ตอีโคคาร์ รูปหล่อ ขับสนุก ออพชั่นจัดเต็ม 
First Drive All New Suzuki Swift 2018
BANGKOK 19 FEB 2018

ซูซูกิ สวิฟท์ ถ้านับตั้งแต่เปิดตัว เจนเนอเรชั่นที่ 1 และ 2 ถือว่าเป็นอีโคคาร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนมียอดจำหน่ายกว่า 1 แสนคันไปโลดแล่นอยู่บนถนนเมืองไทย และเมื่อเปิดตัว ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 3 อย่างเป็นทางการไปเมื่อเร็วๆ นี้  

NEWSWIFT 0010

ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นสปอร์ตคงเอกลักษณ์ DNA ของสวิฟท์พร้อมชูจุดเด่นเทคโนโลยีเครื่องยนต์แบบ DUALJET แพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT และเทคโนโลยีอันทันสมัยช่วยในการขับขี่ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้ ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ ทำยอดจองไปกว่า 1,000 คันในเวลาเพียง 2 อาทิตย์

NEWSWIFT 0011

ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมเพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมผัสสมรรถนะของ ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ ทันทีที่ FLORA CREEK ซึ่งอยู่บนเขาในอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ โดยเส้นทางการทดสอบมีครบทุกรูปแทบทั้งทางโค้ง ทางขึ้น-ลงเขา ทางราบ และเข้าไปในตัวเมืองเพื่อทดสอบความคล่องตัว รวมระยะทางโดยประมาณ 80 กิโลเมตร

NEWSWIFT 0012

เรามาดูกันก่อนว่า ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 3 นี้มีอะไรใหม่ อะไรเด่นกันบ้าง เริ่มจากภายนอกได้รับการออกแบบให้มีความเป็นสปอร์ตดุดันและปราดเปรียวมากยิ่งขึ้น เสริมกลิ่นอายความเป็นรถยุโรปมากขึ้น โดยมีเส้นสีแดงตัดกระจังหน้าสีดำ ไฟหน้า LED Projector และไฟหลัง LED ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยขนาด 16 นิ้ว

EXT 0018

EXT 0010

มือจับประตูหลังเรียบไปกับตัวรถ มิติของตัวรถซึ่งความสูงอยู่ที่ 1,495 มิลลิเมตร และกว้างขึ้น 40 มิลลิเมตร ฐานล้อกว้างขึ้น 20 มิลลิเมตร ช่วงห่างระหว่างล้อทั้งด้านหน้าและหลังกว้างขึ้น 30 มิลลิเมตร เตี้ยลง 15 มิลลิเมตร  ทำให้มีความสปอร์ต และปราดเปรียวมากขึ้น  

Size Weight

Engine

ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน รหัส K12M 4 สูบ DOHC 1.2 ลิตร 1,197 ซีซี. ระบบหัวฉีดคู่ Dual JET ช่วยฉีดน้ำมันเป็นฝอยเพื่อให้ได้การเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพ พร้อม Dual VVT ควบคุมวาล์วทั้งด้านไอดีและไอเสีย

ENG 0001

นอกจากนี้ยังมี EGR Cooler เพื่อนำไอเสียกลับมาใช้ใหม่ ให้พละกำลังสูงสุด 83 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที มีจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้าความจุถังน้ำมัน 37 ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E20 ได้มาตรฐาน EURO 5

heartec

ความปลอดภัยมีการนำแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT โครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง ลดความสูงและเพิ่มความกว้างให้ตัวถัง  ทำให้ลดน้ำหนักได้ถึง 65-85 กิโลกรัม (ตามรุ่นย่อย) รวมถึงโครงสร้างตัวถังแบบ TECT พร้อมระบบกันการสั่นสะเทือน ระบบ TCS และ ESP ช่วยในการควบคุมรถขณะขับขี่บนถนนลื่นหรือในทางโค้ง

idlingstop

ระบบ Cruise Control ช่วยล็อคความเร็วเมื่อเดินทางไกล และระบบ IDLING STOP ที่จะดับเครื่องยนต์เวลารถหยุดนิ่งซึ่งสามารถกำหนดเวลาได้ตั้งแต่ โหมด Comfort 50 วินาที โหมด Standard 90 วินาที และ โหมด Economy 120 วินาที ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมัน ซึ่งเป็นข้อกำหนดของ อีโคคาร์เฟส 2

HillHold

NewOption

นอกจากนี้ยังมีระบบ Hill Hold Control ที่จะช่วยออกตัวหรือถอยขึ้นบนเนิน โดยเมื่อเราปล่อยแป้นเบรกบนเนินระบบเบรกจะทำงานอัตโนมัติเพื่อหยุดให้เราประมาณ 2 วินาที แต่ถ้าหลังจากนี้หากเราไม่ออกตัวหรือเหยียบเบรกไว้รถก็จะไหลลงมานะครับ  และปลอดภัยมากขึ้นด้วยถุงลมนิรภัย SRS ถึง 6 ตำแหน่ง สำหรับรุ่น GLX กับ GLX-NAVI และ 2 ตำแหน่ง ในรุ่น GA และ GL

GLXN 0001

GLX 0001

ภายในใหม่หมดในโทนสีดำพี่เน้นอารมณ์สปอร์ต ห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตโอบกระชับคนตัวใหญ่นั่งสบาย พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์ใหม่ทรง D-Shape เพื่อให้มีพื้นที่วางขามากขึ้น พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและสั่งการโทรศัพท์ แต่ยังไม่มี Paddle Shift

INT 0014

มาตรวัดสไตล์สปอร์ต ตกแต่งด้วยลายเส้นสีแดง พร้อมจอแสดงข้อมูลขับขี่แบบ LCD  คอนโซลหน้าที่เบนเข้าหาคนขับใช้งานสะดวกขึ้น จอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้วพร้อมระบบ Suzuki Smart Connectในรุ่น GLX-Navi

GLXN 0022

มีฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth พร้อมโปรแกรม Apple CarPlay ส่วนในรุ่น GLX จะแตกต่างกันที่ไม่มีจอทัชสกรีน แต่ราคาถูกกว่า 2 หมื่นบาท

INT 0012

เย็นสบายด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมจอ LCD (ในรุ่น GA และ GL จะเป็นแบบแมนนวล) ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์  ฐานเกียร์หุ้มหนัง แต่มีปุ่มที่หัวเกียร์ สำหรับการขับขี่ในโหมด Sport พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และช่องชาร์จไฟ

spare

GLX 0020

สำหรับพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังรองรับการใช้งานได้หลากหลายด้วยการพับเบาะแบบ 60:40 ได้พื้นที่สูงสุด 265 ลิตร ใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระจะเป็นชุดซ่อมยางฉุกเฉิน แต่ถ้าอยากจะซื้อยางอะไหล่มาใส่ไว้อุ่นใจกว่า ก็เอาชุดนี้ออกแล้วใส่ยางอะไหล่ไว้แทนได้ครับ

DYN 0010

เมื่อสำรวจตัวรถกันเรียบร้อยก็เหยียบคันเร่ง ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ ออกจาก FLORA CREEK ซึ่งเป็นการขับแบบฟรีรันในระยะทางไปกลับประมาณ 80 กิโลเมตร เส้นทางช่วงแรกจะเป็นทางลงเขา และมีโค้งซ้ายขวาให้ได้ลองทดสอบระบบช่วงล่างกันเลย รู้สึกได้ทันทีว่าช่วงล่างที่ปรับมาใหม่เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ เกาะถนนได้ดี พวงมาลัยแม่นยำ ขับสนุก ระบบ ESP ช่วยได้เยอะในการเข้าโค้งที่ความเร็วสูงๆ เพราะจะช่วยดึงให้รถอยู่ในโค้ง เพื่อให้เราควบคุมรถในโค้งได้ดีขึ้น แต่ไม่จำเป็นก็ไม่ควรใช้ความเร็วจน ESP ทำงานบ่อยๆ นะครับ ปลอดภัยไว้ก่อนอย่าประมาทดีกว่าครับ

DYN 0025

 

หลังจากลงเขามาประมาณ 11 กิโลเมตร เราได้ขับบนทางตรงบนพื้นราบเพื่อทดลองอัตราเร่งของเครื่องยนต์ รหัส K12M 4 สูบ DOHC 1.2 ลิตร 1 Dual JET ให้กำลัง 83 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาทีแรงบิดที่เหมือนจะน้อยกว่ารุ่นก่อน แต่น้ำหนักที่ลดลงและแรงบิดมาในรอบที่ต่ำกว่าเดิม ทำงานผสานกับเกียร์ CVT 6 สปีดได้อย่างไหลลื่น

DYN 0015

อัตราเร่งแซงดี ไม่ได้มีแต่เสียง ถ้าหากยังไม่หนำใจกดปุ่ม S ด้านข้างหัวเกียร์จะช่วยเพิ่มอันตรเร่งได้มากขึ้น แต่เมื่อวิ่งที่ความเร็วสูงจะรู้สึกว่าพวงมาลัยไวไปหน่อย ยิ่งเจอถนนเป็นคลื่นเข้าไปนี่มีแอบเสียว สรุปใช้ความเร็วให้เหมาะสมจะควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ช่วงล่างดี ห้องโดยสารเก็บเสียงดี และเครื่องเสียงเพราะครับ

DYN 0022

ยิ่งเมื่อเข้าไปในเมืองสามารถเปลี่ยนเลนหรือมุดได้อย่างสบาย พอติดไฟแดงระบบ IdIing Stop จะดับเครื่องเยนต์เมื่อรถหยุดสนิทตามเวลาที่เราตั้งไว้หันไปมองดูจอ LCD ได้อัตราประหยัดน้ำมันอยู่ที่ 14-15 กิโลเมตรต่อลิตร แต่ทางซูซูกิเคลมไว้ที่ 23 กิโลเมตรต่อลิตรกันเลยทีเดียว  

sportmode

ขากลับเราย้อนกลับเส้นทางเดิมซึ่งก็ต้องเป็นทางขึ้นเขาไปก็ไปได้แบบสบายๆ เร่งแซงบนเขาทำอัตรเร่งได้ดี จะคิกดาวน์หรือใช้โหมดสปอร์ตก็จะเร่งแซงได้ดียิ่งขึ้น

NEWSWIFT 0007 

หลังจากที่ได้ทดลองขับแล้วสรุปได้ว่าเจ้า ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 3  คันนี้มันมีดี ภายนอกดูเข้ม สปอร์ต ดุดันขึ้น เครื่องยนต์ให้อัตราเร่งดี ช่วงล่างเข้าโค้งมั่นใจ พวงมาลัยแม่นยำ ควบคุมง่ายในความเร็วที่ใช้งานปกติ แถมใส่ออพชั่นและระบบความปลอดภัยมาให้อย่างจัดเต็มสำหรับอีโคคาร์ และด้วยราคาเริ่มต้นที่  499,000 – 629,000 บาท ผมว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและไม่ผิดหวัง แต่อย่างไรก็ตามต้องลองไปพิสูจน์กันด้วยตัวเองก่อนนะครับ

READMORE