รีวิวงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่39 ประจำปี 2018

HondaCivicBanner900x90

MGBanner 900x90px

Isuzu Banner Mar 2018

 
 
  P001  
  538 Download
Download
Read On PDF
 
 
 
  • Home
  • News & Event
  • รีวิวงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่39 ประจำปี 2018

รีวิวงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่39 ประจำปี 2018

รีวิวงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่39 ประจำปี 2018

ปฏิวัติทุกการเคลื่อนไหว ยานยนต์หลากหลายในงาน MOTOR SHOW 2018

The 39th Bangkok International Motor Show 2018 Review

BANGKOK 28 MAR 2018

เริ่มขึ้นแล้ว งานแสดงพร้อมจัดจำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมถึงอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องงานใหญ่แห่งปี1ใน2งานของบ้านเราโดยงานนี้ที่จัดขึ้นช่วงต้นปีเป็นผลงานการสร้างของ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในชื่องาน“บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ซึ่งในครั้งนี้ประจำปี 2018 นับได้เป็นครั้งที่ 39” หรือมีชื่อเป็นภาษาอังอฤษว่า The 39th Bangkok International Motor Show 2018 โดยปีนี้ใช้แนวคิดของงานว่าเป็นการ “ปฏิวัติทุกการเคลื่อนไหว” หรือ “Revolution in Motion” 

open bims2018 02

เช่นเดียวกันกับทุกปีมี่มีค่ายรถยนต์เข้าร่วมงานกว่า30ค่ายทั้งค่ายญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็น Toyota, Lexus, Nissan, Honda, Mitsubishi, Isuzu, Mazda, Subaru, Suzuki ส่วนรถเกาหลีอีก 2 ค่ายคือ KIA และ Hyundai เป็นต้น ในส่วนของค่ายรถยุโรปและรถอเมริกัน ก็มาร่วมงานอย่างมากมาย ทั้ง Audi, BMW, Bentley, Mercedes-Benz, MINI, Jaguar, Porsche, Land Rover, Volvo, MG, Ford, Maserati, Chevrolet ส่วนค่ายรถจักรยานยนต์ก็เข้าร่วมกันหนาแน่นทั้งHonda, Yamaha, Suzuki, Kawasaki, Harley-Davidson, Triumph, Royal Enfield

รวมทั้งปีนี้ยังได้รับความร่วมมือกับสมาคมผู้ประกอบการชิ้นส่วน, อุปกรณ์ตกแต่ง จากประเทศจีน มาร่วมงานเป็นครั้งแรก สำหรับราคาบัตรเข้าชมงานราคา 100 บาท มาพร้อมแคมเปญ ‘ซื้อบัตรเข้าชมงาน ลุ้นรับรถ’ ที่ผู้จัดฯ เตรียมมอบโชคให้ผู้ชมเป็นประจำทุกปี พร้อมของรางวัลใหญ่อย่างรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมมูลค่ากว่า 2,500,000 บาท โดยผู้ที่ซื้อบัตรและต้องการร่วมชิงโชคสามารถกรอกแบบสอบถามที่หน้างาน หรือผ่านทางแอพพลิเคชั่น Bangkok International Motor Show

open bims2018 01 

พบกับความยิ่งใหญ่ของโลกแห่งยานยนต์ได้ภายในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2561 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี บัตรราคา 100 บาท เปิดให้เข้าชมเวลา 12.00-22.00 น. สำหรับวันธรรมดา และ 11.00-22.00น.สำหรับวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์โดยท่านใดมีแผนที่จะเดินทางไปชมงานลองอ่านรายงานของ incarsmagazine.com ด้านล่างเพื่อเอาไว้เป็นใบนำทางเข้าชมงานว่าค่ายไหนมีรถยนต์อะไรมาจัดแสดงตลอดจนรถยนต์รุ่นใดจากค่ายไหนมีแคมเปญเด็ดๆจะได้เข้าชมงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

Aston 010

ASTON MARTIN

ไฮไลท์ของ แอสตัน มาร์ติน ในงานนี้คือแอสตัน มาร์ติน วานเทจ ใหม่ โดยนับเป็นยนตรกรรมรุ่นที่ 2 ซึ่งเป็นรถที่อยู่ในแผนการตลาดของช่วงศตวรรษที่ 2 ของแอสตัน มาร์ติน ขุมพลังของ วานเทจ ใหม่ เป็นเครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบ 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 503 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 685 นิวตันเมตร ที่ 2,000-5,000 รอบ/นาที ติดตั้งล้ำเข้าไปให้ชิดกับตัวถังมากสุด เพื่อการกระจายน้ำหนักหน้า-หลังที่สมดุล 50:50 แม้เครื่องยนต์บล็อกนี้เปี่ยมไปด้วยพลัง แต่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 245 กรัม/กม. และด้วยพิกัดที่เบาเพียง 1,530 กก. ก็ส่งผลให้ วานเทจ ใหม่ มีอัตราส่วนแรงม้า-แรงบิด/น้ำหนักดีมาก พิสูจน์ได้ทุกครั้งที่กดคันเร่งลึกๆ ในทุกช่วงรอบ นอกจากนั้น 

Aston 012

การปรับแต่งระบบไอดี-ไอเสียและกล่องอีซียูอย่างพิถีพิถัน ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ของ ZF อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3.6 วินาที ท็อปสปีด 314 กม./ชม. พร้อมติดตั้งสารพัดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ติดตั้งเฟืองท้ายอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย  ทำการประมวลผลเพื่อประเมินอาการของรถ และตอบสนองโดยกระจายกำลังจากเครื่องยนต์ ไปสู่ล้อต่างๆ อย่างเหมาะสม ตั้งแต่ 0-100% ได้ภายในเสี้ยววินาที 

Aston 011

เช่นเดียวซูเปอร์คาร์สมัยใหม่ทั่วไปที่มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกเหนือระดับ เช่น ระบบความบันเทิงภายในรถ ควบคุมผ่านจอแอลซีดีอเนกประสงค์ 8 นิ้ว ประกอบด้วยชุดเครื่องเสียงของแอสตัน มาร์ติน บลูทูธ รองรับการเชื่อมต่อกับไอพอด ไอโฟน ช่องเสียบยูเอสบี พร้อมระบบนำทางผ่านดาวเทียม แอสตัน มาร์ติน วานเทจ ใหม่ ราคาเริ่มต้น 16.99 ล้านบาท นอกจากแอสตัน มาร์ติน วานเทจ ใหม่แล้วภายในบูธของแอสตัน มาร์ติน ยังนำรถรุ่นต่างๆมาจัดแสดงดังนี้

Aston 005

DB11 (V12) Coupe : DB11 V12 ใช้แนวทางการออกแบบที่สดใหม่ ส่งผลให้รูปลักษณ์ดูโดดเด่น ภายใต้โครงสร้างอะลูมิเนียมอันแข็งแกร่งน้ำหนักเบา เครื่องยนต์เบนซินวี 12 สูบ 5.2 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ออกแบบและผลิตโดยแอสตัน มาร์ติน ทำให้ DB11 เป็นรุ่นที่มีสมรรถนะดีสุดในประวัติศาสตร์ของสายพันธุ์ DB ขณะที่DB11 V8 ก็เด่นด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงประสิทธิภาพ เบา และคล่องแคล่วแถมใช้เชื้อเพลิงคุ้มค่า สอดคล้องกับกระแสโลกปัจจุบัน DB11 (V12) Coupe ราคาเริ่มต้น 24.9 ล้านบาท

Aston 006

  Vanquish ยนตรกรรมจีทีพันธุ์แท้ ขุมพลังเบนซิน วี12 สูบ 568 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.5 วินาที ท็อปสปีด 324 กม./ชม. Vanquish และ Vanquish Volante ราคา 27.9 – 28.9 ล้านบาท

  Rapide S ยนตรกรรมสปอร์ต 4 ประตู พันธุ์แท้ ที่มาพร้อมความคล่องตัว สมดุลและแม่นยำ ผลจากการกระจายน้ำหนักหน้าหลัง 49:51 เมื่อผสานพิกัด 1,990 กก. กับเครื่องยนต์ วี12 สูบ อันทรงพลัง ก็ทำให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะที่น่าทึ่ง Rapide S ราคาเริ่มต้น 22.99 ล้านบาท

Audi 005

AUDI

อาวดี้ ประเทศไทย รุกยกขบวนความร้อนแรงหลายห่วงให้หายห่วงครบทุกเซ็กเมนต์เข้าร่วมงาน เตรียมพร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่ต้องการยนตรกรรมที่เป็นมากกว่าโดยมี  3 ซูเปอร์สตาร์ไฮไลท์  “Audi  A8 L” “Audi A7 Sportback” และ “Super Car Audi R8 Coupé V10 5.2 FSI quattro” พร้อมโปรโมชั่นเตรียมจัดเต็มให้กับลูกค้า  สร้างความคุ้มค่าและดึงดูดใจให้มาจองรถในช่วงงาน Bangkok International Motor Show 2018 นอกจากนี้ยังมีแคมเปญเด็ดจองรถยนต์อาวดี้ทุกรุ่นได้ ลุ้นขับ Audi TTS Coupé อีก1 คัน มูลค่า 4.599 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 8 เมษายนนี้ 

Audi 001

อาวดี้ปีนี้มีพื้นที่บูธ1,080 ตรม. จัดแสดงรถอาวดี้กว่า 20 คัน สำหรับ Audi A7 Sportback 55 TFSI quattro S line ใหม่ เป็นรถสปอร์ตคูเป้ 4 ประตู ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน mild hybrid (MHEV) แบบ V 6 สูบ พร้อมระบบจ่ายน้ำมันแบบฉีดตรง (direct injection) เทอร์โบชาร์จ ขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro เกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 จังหวะ 3.0 ลิตร แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม. / ชม. 5.3 วินาที ตกแต่งแบบ S line ทั้งภายในและภายนอก สัมผัสมุมมองใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยไฟหน้าแบบ HD Matrix LED พร้อมเอฟเฟกต์ไฟด้านหน้า-หลัง(light staging) ระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ต สร้างความปราดเปรียวและเร้าใจในทุกเส้นทาง มั่นใจและปลอดภัยสูงสุดในทุกสถานการณ์ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อในรูปแบบ quattro with ultra technology ที่จะปรับเปลี่ยนการขับเคลื่อนเป็น 2 ล้อโดยอัตโนมัติเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็นเพื่อลดอัตราการบริโภคน้ำมันเครื่อง 

Audi 004

สัมผัสมุมมองที่ไร้ขอบจำกัดกับหลังคาพาโนรามิคเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า และล้อขนาด 20 นิ้ว ขณะที่ภายในอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเต็มรูปแบบ จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบ MMI Navigation plus with MMI touch response พร้อมจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว จอควบคุมมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัสพร้อมตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว เบาะนั่งหุ้มหนัง Valcona แบบ Sport พร้อมสัญลักษณ์ S line ระบบเครื่องเสียง Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ Audi A7 Sportback นำเสนอที่ราคา 5,399,000 บาท

สำหรับ Audi A8 L สีเหลืองสุดดุดตา เป็นลักซ์ชัวรี ซีดานใหม่ดีไซน์ล้ำนำสมัยผสมผสานความก้าวล้ำของเทคโนโลยียุคดิจิทัลกับการออกแบบภายในภายนอกให้มีความทันสมัยเหนือระดับในทุกมิติ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro  ที่ให้ความปลอดภัยและความสนุกสนานในการขับขี่ 

นอกจากความร้อนแรงที่มาพร้อมกับยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดแล้ว อาวดี้ประเทศไทย ยังจัดแคมเปญส่งเสริมการขายเร้าใจสุดพิเศษเพื่อต้อนรับงานนี้ อาทิ  

•รุ่น Audi Q2 ราคาสุดพิเศษ 1,990,000 บาท จำนวนจำกัด

•รุ่น Audi Q5 ผ่อน 0% นาน 5 ปี หรือประกันภัยชั้น 1 ฟรี 5 ปี   

•รุ่น Audi Q7 แคมเปญแถมประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี  

•หรือเลือกรับแคมเปญพิเศษ “แสนพอยท์ มีค่าแสนบาท” โดยลูกค้าธนาคารกสิกรไทย ไทยพาณิชย์ ซิตี้แบงค์ และกรุงศรีอยุธยา สามารถนำพอยท์ มาแลกเป็นเงินโบนัส ที่อาวดี้จะมอบให้เป็นพิเศษในวันออกรถทั้งนี้จะใช้ได้ไม่เกิน 1 แสนพอยท์  

•แคมเปญดอกเบี้ย 0% นาน 48 – 60 เดือน สำหรับรุ่นที่บริษัทฯ กำหนด หรือผ่อนเพียงแค่ 1% ของราคารถกับ Audi Choice 

ขณะที่ลูกค้าที่ออกรถอาวดี้ ทุกรุ่นยังจะได้รับสิทธิ์ร่วมแคมเปญชิงโชคสุดเซอร์ไพรส์ ลุ้นเป็นเจ้าของรถสปอร์ต พรีเมี่ยม Audi TTS 1 คัน มูลค่า 4.599 ล้านบาท นอกจากนี้ลูกค้าที่จองรถใหม่ทุกคันจะได้รับการดูแลจาก Audi Protection ด้วยการรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี

BMW 004

BMW-MINI

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วม “ปฏิวัติทุกการเคลื่อนไหว” ยกทัพรถยนต์และมอเตอร์ไซค์จากบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เข้าร่วมงานนำขบวนโดยบีเอ็มดับเบิลยู X2 ดีไซน์สปอร์ตทรงพลังและปราดเปรียวตามสไตล์รถยนต์ในตระกูล X ผสมผสานสมรรถนะเต็มพิกัดเข้ากับความสง่างามเหนือระดับ ในบีเอ็มดับเบิลยู M4 CS และบีเอ็มดับเบิลยู M5 โฉมใหม่ พร้อมด้วยบีเอ็มดับเบิลยู 530i Touring M Sport ที่มอบทั้งความสะดวกสบายและสไตล์การขับขี่แบบสปอร์ตโฉบเฉี่ยว นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังมาเสริมทัพด้วยมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่อย่าง บีเอ็มดับเบิลยู K 1600 Grand America บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR HP Line และโฉมใหม่ของทั้งบีเอ็มดับเบิลยู F 800 R,S 1000 R, S 1000 XR และอีกมากมาย 

ในส่วนของมินิ ก็เตรียมต้อนรับแฟน ๆ ด้วยรถยนต์ตัวแรงในตระกูล จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสนามแข่ง พร้อมด้วยพรีวิวมินิรุ่นพิเศษที่จะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้อย่าง มินิ คลับแมน Yours Edition และสำหรับด้านนวัตกรรม ทั้งผู้ชื่นชอบรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์จะได้สัมผัสกับประสบการณ์การเชื่อมต่ออัจฉริยะแบบครบวงจร ระหว่างผู้ขับขี่ ยานยนต์ และโลกภายนอกเป็นครั้งแรก ด้วยเทคโนโลยี ConnectedDrive และ ConnectedRide 

ไฮไลท์รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2018 บีเอ็มดับเบิลยู X2 sDrive20i M Sport Xราคาจำหน่าย: 2,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard) บีเอ็มดับเบิลยู X2 สมาชิกใหม่ล่าสุดในตระกูล X ของบีเอ็มดับเบิลยู ฉีกภาพลักษณ์แบบเดิม ๆ ด้วยดีไซน์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสปอร์ตทรงพลังตั้งแต่แรกเห็น โดดเด่นสะดุดทุกสายตา คล่องตัว ปราดเปรียวในทุกเส้นทางจากบีเอ็มดับเบิลยู X4 และบีเอ็มดับเบิลยู X6 มาสู่บีเอ็มดับเบิลยู X2 ที่มาพร้อมรูปทรงโฉบเฉี่ยวและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ตคูเป้เข้ากับความแข็งแกร่งทรงพลังในแบบฉบับบีเอ็มดับเบิลยูตระกูล X โดยเป็นครั้งแรกที่กระจังหน้าไตคู่อันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู มีรูปทรงส่วนฐานด้านล่างกว้างกว่าด้านบน สร้างมิติให้รถดูกว้างและโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ตอกย้ำความสปอร์ตด้วยช่องดักอากาศลวดลายหกเหลี่ยม นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู X2 ยังเป็นรุ่นแรกในตระกูล X ที่มีตราของบีเอ็มดับเบิลยูประดับอยู่บนเสา C-pillar ทั้งสองข้าง ในดีไซน์ที่คล้ายคลึงกับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูระดับตำนานอย่างบีเอ็มดับเบิลยู 2000 CS และบีเอ็มดับเบิลยู 3.0 CSL

BMW 006

บีเอ็มดับเบิลยู X2 มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน M Sport X สร้างความสะดุดตาด้วยสเกิร์ตและซุ้มล้อสี Frozen Grey ตัดกับสีตัวถังอย่างลงตัว สร้างมิติความกว้าง และย้ำถึงเอกลักษณ์ความแข็งแกร่ง ท่อไอเสียแบบคู่ยังสื่อถึงความทรงพลังของเครื่องยนต์ ในขณะที่ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาลาย Y-spoke ในสไตล์ M ขนาด 19 นิ้ว สะกดทุกสายตาด้วยเฟรมรอบซุ้มล้อรูปทรงเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ในสี Frozen Grey เช่นกัน บีเอ็มดับเบิลยู X2 sDrive20i M Sport X ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 192 แรงม้า ที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตัวเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที เมื่อจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ Steptronic คลัตช์คู่ 7 จังหวะ มีอัตราเร่ง
0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 7.7 วินาที ที่ความเร็วสูงสุด 227 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโหมดการขับขี่รูปแบบต่าง ๆ สามารถปรับเปลี่ยนได้ผ่านปุ่ม Driving Experience Control โดยเลือกได้ระหว่างโหมด COMFORT สำหรับการขับขี่แบบปกติ โหมด ECO PRO ประหยัดพลังงาน หรือโหมด SPORT เพื่อการตอบสนองที่ฉับไวและการเข้าโค้งอย่างเฉียบคม

อีกหนึ่งไฮไลท์อันโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู X2 คือหลังคากระจกแบบ Panorama สองส่วน ส่วนหน้าสามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า สร้างความรู้สึกโล่งโปร่งสะดวกสบายด้วยแสงสว่างที่เพียงพอภายในรถ พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานอื่น ๆ รวมถึงหน้าจอ Control Display ขนาด 8.8 นิ้ว ปุ่มควบคุม iDrive พร้อมระบบสัมผัส ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่ที่กระจกหน้าฝั่งคนขับ (BMW Head-Up Display) วิทยุพร้อม การเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth และช่อง USB การเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth ช่อง USB และแท่นสำหรับอุปกรณ์เสริม

บีเอ็มดับเบิลยู X2 มาในสีใหม่สุดเร้าใจ Galvanic Gold metallic และ Misano Blue metallic พร้อม ชุดแต่งภายใน M Sport X ที่มอบความสปอร์ตเต็มพิกัดด้วยเบาะนั่งในวัสดุผ้า Micro Hexagon และ Alcantara สีดำแอนทราไซต์ ส่วนพื้นที่เก็บของที่มีความจุสูงสุด 470 ลิตร ช่วยให้บีเอ็มดับเบิลยู X2 สร้างความพึงพอใจและสะดวกสบายในทุกการขับขี่ของชีวิตประจำวัน ทั้งยังพร้อมลุยในทุกสถานการณ์

BMW 001

นอกเหนือจาก บีเอ็มดับเบิลยู X2 sDrive20i M Sport X ใหม่แล้วยังมีไฮไลท์จากบีเอ็มดับเบิลยูและมินิดังนี้

•บีเอ็มดับเบิลยู 530i Touring M Sport ใหม่ ราคา 4,539,000 บาท เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2 ลิตร เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร กำลังสูงสุด 185 กิโลวิตต์/252 แรงม้า และสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลา 6.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

•บีเอ็มดับเบิลยู M4 CS ใหม่ ราคา 11,399,000 บาท ขุมพลัง 6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร ด้วยเทคโนโลยี BMW M TwinPower Turbo พัฒนาสมรรถนะ การส่งกำลังสูงสุด 460 แรงม้า ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัตช์คู่ 7 จังหวะ พร้อมระบบ Drivelogic เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วภายในเสี้ยววินาที ด้วยแป้นเปลี่ยนเกียร์ paddle shift บนพวงมาลัย

•บีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่ ราคา 13,339,000 บาท เครื่องยนต์ M TwinPower Turbo แบบ V8 ความจุ 4.4 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 441 กิโลวัตต์ / 600 แรงม้า ที่ 5,600 – 6,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตรที่ 1,800 – 5,600 รอบต่อนาที มาคู่กับเกียร์อัตโนมัติ M Steptronic 8 จังหวะ พร้อมระบบ Drivelogic สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.4 วินาที และ 0 – 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 11.1 วินาที โลดแล่นด้วยความเร็วสูงสุดที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิคส์ไว้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

BMW 003

•บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport ใหม่ ราคา 3,799,000 บาท ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลทรงพลัง 4 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ / 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ส่งความเร็วจาก0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 8 วินาที ที่ความเร็วสูงสุด 213 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลือง น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 17.6 กิโลเมตรต่อลิตร และระดับการปล่อย CO2 เฉลี่ยที่ 150 กรัมต่อกิโลเมตร

•บีเอ็มดับเบิลยู 118i M Sport (M Performance Edition) ใหม่ ราคา 2,099,000 บาท เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ที่กำลังสูงสุด 136 แรงม้า สามารถเร่งความเร็งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 8.7 วินาที ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 20.0 กิโลเมตรต่อลิตร และระดับการปล่อย CO2 เฉลี่ย 118 กรัมต่อกิโลเมตร ช่วงล่างแบบ M Sport ยังช่วยเสริมสมรรถนะการขับขี่ที่ปราดเปรียวยิ่งขึ้นตามแบบฉบับของ M Performance

•ครั้งแรกในไทย กับเทคโนโลยี BMW ConnectedDrive

•มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์

•พรีวิวรุ่นพิเศษ มินิ คลับแมน Yours Edition

Chevrolet 003

CHEVROLET

เชฟโรเลต ประเทศไทยในงานปีนี้พระเอกของพื้นที่บูธเป็นหน้าทที่ของกระบะโคโลราโด ไฮ คันทรี ปี 2019 ที่มาพร้อมสีตัวถังใหม่ “Dark Shadow Metallic” จัดแสดงคู่กับรถกระบะที่เพิ่งเปิดตัวก่อนหน้านี้อย่างโคโลราโด ไฮ คันทรี สตอร์ม ปี 2019 สี “Orange Crush” รวมถึงได้เปิดตัวอุปกรณ์ตกแต่ง “ฟีนิกซ์ อิดิชั่น” (Phoenix Edition) สำหรับเทรลเบลเซอร์ รถเอสยูวีสไตล์อเมริกันซึ่งเป็นหนึ่งในชุดอุปกรณ์ตกแต่งใหม่ของเชฟโรเลตที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ รวมถึงชุดอุปกรณ์ตกแต่ง “ธันเดอร์” (Thunder) สำหรับรถกระบะโคโลราโด “ฟีนิกซ์ อิดิชั่น” อุปกรณ์ตกแต่งชุดใหม่ของเทรลเบลเซอร์ ประกอบด้วย

Chevrolet 002

ภายนอก

•สติกเกอร์ฝากระโปรง

•ตราสัญลักษ์เชฟโรเลต โบว์ไท สีดำ ด้านหน้า 

•ตราสัญลักษ์เชฟโรเลต โบว์ไท สีดำ ด้านหลัง   

•สติกเกอร์ด้านข้างหลังคา สีดำ

•สติกเกอร์ข้างตัวรถ

•สปอยเลอร์หลังคาสีดำด้าน 

•ชุดตกแต่งประตูท้ายสีดำด้าน 

•ชุดกันรอยด้านท้ายประตู 

•ซุ้มล้อสีดำด้าน

ภายใน

•ชุดตกแต่งช่องแอร์สีบรอนซ์แดง  

•ชุดตกแต่งคันเกียร์สีแดง  

•ชุดตกแต่งข้างประตูสีแดง

Chevrolet 004

นอกจากนี้ภายในบูธเชฟโรเลตยังมีมุมเชฟวี่ พลัส เลานจ์สำหรับให้สมาชิกเชฟวี่ พลัส และเชฟวี่ พลัส วีไอพีได้เพลิดเพลินกับเครื่องดื่มและพักผ่อนตามอัธยาศัย ผู้เยี่ยมชมบูธยังสามารถติดต่อขอทดลองขับและรับของที่ระลึกสุดพิเศษของเชฟโรเลตพร้อม มอบข้อเสนอพิเศษภายใต้แคมเปญ “ฮอต ดีล” ให้แก่ลูกค้าที่งานมอเตอร์โชว์และที่ผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลตทั่วประเทศระหว่างวันที่ 28 มีนาคมถึง 8 เมษายน 2561 โดยลูกค้าสามารถเลือกได้ไม่ว่าจะเป็น อัตราดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์ หรือผ่อนน้อย สำหรับรถโคโลราโดและเทรลเบลเซอร์ เชฟโรเลตรักษาคำมั่นสัญญาและความมุ่งมั่นต่อลูกค้าด้วยแคมเปญบริการหลังการขาย “We Care” และ “Chevrolet Complete Care” ซึ่งประกอบด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การรับประกัน 3 ปีหรือ 100,000 กม. ศูนย์บริการเคลื่อนที่เชฟวี่ โมบาย เซอร์วิส ศูนย์บริการโทร. 1734 และเชฟวี่ พลัส

Ford 001

FORD

ฟอร์ดใช้เวที มอเตอร์โชว์ ประกาศราคาเรนเจอร์ แร็พเตอร์ยอดรถกระบะออฟโรดความเร็วสูง ที่ 1,699,000 บาท พร้อมเปิดจองที่งานมอเตอร์โชว์และโชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงจากโรงงานคันแรกและคันเดียวของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ได้ถูกนำมาจัดแสดงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกภายในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมสีภายนอกที่โดดเด่นสะดุดตาให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ สีฟ้าไลท์นิ่ง บลู (Lightning Blue) สีแดงเรซ เร้ด (Race Red) สีดำแชโดว์ แบล็ค (Shadow Black) สีขาวโฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White) และสีพิเศษเฉพาะของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ อย่างสีเทาคองเคอร์ เกรย์ (Conquer Grey)

Ford 002

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ผสานการทำงานของขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด มอบพละกำลังในการขับขี่ได้สูงสุดถึง 213 แรงม้า และแรงบิดที่มากถึง 500 นิวตันเมตร รองรับทุกสภาพเส้นทางด้วยโช้คอัพคู่ด้านหน้าและหลังของ Fox Racing Shox ที่มาพร้อมระบบบายพาสภายใน (Internal Bypass) และระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่ รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์และคอยล์โอเวอร์ช็อค มอบสมรรถนะและความสามารถในการขับขี่ออฟโรดขั้นสุด พร้อมการทรงตัวที่ดีเยี่ยม อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย รวมถึงระบบ Terrain Management System (TMS) สำหรับการขับขี่ทั้งหมด 6 รูปแบบ เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่อันเหนือชั้นซึ่งรวมถึงโหมดบาฮาที่พร้อมรับกับการขับขี่ออฟโรดสุดเร้าใจ

Ford 004

การออกแบบภายนอกและภายในของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ช่วยสะท้อนประสิทธิภาพการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างโดดเด่น ด้วยการเลือกใช้สีสันที่ผสานกันอย่างลงตัว มิติต่างๆ ของรถที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ช่วงล่างที่ถูกยกสูงขึ้น รวมถึงการเลือกสรรวัสดุที่คงทนและเหมาะสมสำหรับการขับขี่แบบออฟโรดและการใช้งานในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ โลโก้ฟอร์ดอันสะดุดตา สะกดด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ภาษาอังกฤษอันเป็นเอกลักษณ์ที่จัดวางอยู่บนกระจังหน้าอย่างองอาจ ช่วยเน้นรูปลักษณ์ของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ให้ดูดุดันยิ่งขึ้น แม้ว่าจะต้องเผชิญกับสภาพเส้นทางที่ท้าทายที่สุด ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมรถและเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างแม่นยำและฉับไว ด้วยพวงมาลัยแบบพิเศษของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ซึ่งมาพร้อมกับแป้น Paddle Shift ซึ่งผลิตจากแม็กนีเซียมน้ำหนักเบา ยังมาพร้อมกับแผงกันกระแทกด้านล่างอันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยปกป้องห้องเครื่องจากการกระแทกเมื่อมีการขับขี่แบบออฟโรด แผงกันกระแทกนี้ผลิตจากเหล็กกล้า (High-strength steel) ที่มีความหนา 2.3 มิลลิเมตร และมีความทนทานสูงตามมาตรฐานของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance)

นอกจากนั้น เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยังมีเทคโนโลยีอันชาญฉลาดและคุณสมบัติอันโดดเด่นอื่นๆ ได้แก่

•กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ

•เทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancellation) 

•ระบบสั่งงานด้วยเสียงซิงค์ 3 (SYNCÆ 3) บนหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อบลูทูธและ Wi-Fi

•ระบบแผนที่นำทางแบบสามมิติ (Navigation System)

•กุญแจรีโมทอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

•ประตูท้ายรถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

•ไฟหน้าแบบโปรเจ็คเตอร์ HID 

•ไฟวิ่งกลางวันแบบ LED

•ไฟตัดหมอกแบบ LED

•บันไดข้างรถผลิตจากอะลูมิเนียมอัลลอย

•ชุดกันชนด้านหน้าที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับการขับขี่แบบออฟโรดความเร็วสูง

•ล้อขนาด 17 นิ้ว และยาง All-Terrain BF Goodrich KO2 285/70 R17

Ford 003    

สำหรับข้อเสนอสุดพิเศษมากมายภายในงานจากฟอร์ดมีดังนี้

•ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น โอเพ่นแค็บ XL+ ดาวน์เพียง 29,000 บาท หรือ ราคาพิเศษ 599,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure 

•ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น ดับเบิ้ลแค็บ XLT อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure

•ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น ดับเบิ้ลแค็บ XLS & XLT ดาวน์เพียง 49,999 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure หรือ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ  0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 60 เดือน 

•ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นไวล์ดแทรค อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 36 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure

•ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่น 2.2L ไทเทเนี่ยม 4x2 AT อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure

•ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต ทุกรุ่น อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure

•ฟอร์ด โฟกัส รุ่น สปอร์ต ราคาพิเศษ 999,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure 

Honda 001

HONDA

ปีนี้ในงานแม้ว่าจะไม่มีรถยนต์ใหม่มาเรียกร้องความสนใจ แต่ฮอนด้าหันไปให้ความสำคัญกับ ยนตรกรรมพลังงานทางเลือก ที่ชื่อ ฮอนด้า คลาริตี้ ฟิวเซลล์ ยนตรกรรมพลังงานไฮโดรเจนปราศจากไอเสีย มาโชว์ในงานจัดแสดงเทคโนโลยีเพื่อการเดินทางและการใช้ชีวิตในโลกอนาคต ยนตรกรรมฟิวเซลล์ซีดาน 5 ที่นั่งคันแรกของโลก โดยแผงเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Stack) ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้า ผสานระบบส่งกำลังให้มีสมรรถนะเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ V-6 สามารถวิ่งได้ระยะทางถึงประมาณ 750 กม.* ต่อการเติมไฮโดรเจนเต็มถัง 1 ครั้ง ซึ่งเป็นระยะทางที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน 

Honda 002

และมีอัตราการประหยัดน้ำมัน (EPA Fuel economy rating) เทียบเท่า 68 ไมล์ต่อน้ำมันหนึ่งแกลลอน (MPGe) (หรือประมาณ 28.3 กิโลเมตร/ลิตร) ทั้งนี้ ฮอนด้า คลาริตี้ ฟิวเซลล์ เป็นหนึ่งใน ฮอนด้า คลาริตี้ ซีรี่ย์ ที่มีเครื่องยนต์ 3 รูปแบบ ได้แก่ คลาริตี้ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด คลาริตี้ อิเล็คทริค และคลาริตี้ ฟิวเซลล์ ซึ่งได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์มเดียวกันตามกลยุทธ์ ทรี อิน วัน แพลตฟอร์ม 

Honda 008

และเพื่อให้ชัดเจนถึงวิสัยทัศน์ในการเสริมสร้างศักยภาพการใช้ชีวิตของผู้คน ฮอนด้า ได้พัฒนาเทคโนโลยีนำโดย “ยูนิ-คับ เบต้า” พาหนะส่วนบุคคลเคลื่อนที่รอบทิศทาง และ “ฮอนด้า โรโบแคส” รถเข็นอัจฉริยะพลังงานไฟฟ้า พร้อมตอกย้ำ จิตวิญญาณความสปอร์ตด้วย “ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก” สีใหม่ สีแดงแรลลี่ “ฮอนด้า บีอาร์-วี” สปอร์ต แพคเกจ และ “ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ” ใหม่ แบล็ก สปอร์ต สเปเชียล เอดิชั่น 

Honda 005

และเพื่อแทนคำขอบคุณในความไว้วางใจของลูกค้าที่ทำให้ฮอนด้ามียอดจำหน่ายอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของประเทศไทย 3 ปีซ้อน ฮอนด้าจึงขอมอบข้อเสนอพิเศษจากแคมเปญ “ฮอนด้า ด้วยรักและขอบคุณ” โดยลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. – 10 เม.ย. 2561 และรับรถภายในวันที่ 30 เม.ย. 2561 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล รถยนต์ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด รุ่น HYBRID TECH, รถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์-วี เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ รุ่น DT-EL 4WD และรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค รุ่น TURBO RS

Honda 006

พร้อมรางวัลอื่นๆ รวม 353 รางวัล มูลค่ารวมทั้งสิ้น 10,950,000 บาท โดยลูกค้าที่จองและรับรถในช่วงระยะเวลาแคมเปญ รับบัตรของขวัญฮอนด้ามูลค่า 3,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น** อาทิ ลูกค้าที่ดาวน์ 25% ขึ้นไป และผ่อน 12-48 เดือน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% หรือดาวน์ต่ำ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ หรือฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นต้น อีกทั้งแคมเปญพิเศษต่างๆ ได้แก่ 

•แคมเปญ “ฮอนด้าช่วยผ่อน” โดยช่วยผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,000 บาท และสูงสุดเดือนละ 10,000 บาท นาน 12 เดือน  

•แคมเปญ “รถยนต์เก่าแลกรถยนต์ฮอนด้าใหม่” เพียงนำรถยนต์รุ่นใดยี่ห้อใดก็ได้ มาเปลี่ยนเพื่อซื้อรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่ได้ทุกรุ่น พร้อมรับบัตรของขวัญฮอนด้ามูลค่าสูงสุดถึง 10,000 บาท 

•แคมเปญ “เพื่อนแนะนำเพื่อน” ลูกค้าฮอนด้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์-วี แอคคอร์ด และแอคคอร์ด ไฮบริด สามารถแนะนำเพื่อนมาจองและรับรถภายในช่วงระยะเวลาแคมเปญ
รุ่นใดก็ได้จาก 3 รุ่น ที่ร่วมแคมเปญ ได้แก่ ซีอาร์-วี แอคคอร์ด และแอคคอร์ด ไฮบริด รับบัตรของขวัญฮอนด้ามูลค่าสูงสุดถึง 12,000 บาท ทั้งผู้แนะนำและผู้ถูกแนะนำ 

•ดอกเบี้ยพิเศษสำหรับเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น (Honda Loyalty) รับดอกเบี้ยพิเศษลดลง 0.15% จากลูกค้าทั่วไปตามตารางรายการส่งเสริมการขาย เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ**

พบกับเทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อการเดินทางและการใช้ชีวิต เพื่อก้าวไปสู่สังคมปลอดมลพิษ (CO2 Free Society) และสังคมปลอดอุบัติเหตุ (Collision Free Society) พร้อมด้วยยนตรกรรมฮอนด้ารวม 12 รุ่น และข้อเสนอพิเศษจากแคมเปญ “ฮอนด้า ด้วยรักและขอบคุณ” ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2018 ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2561 ณ บูธ A9 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี และพบข้อเสนอเดียวกันนี้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 02-341-7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th

Hyundai 002

HYUNDAI

เป็นประจำทุกปีซึ่งปีนี้เช่นกันที่ฮุนไดนำรถยนต์เทคโนโลยีบ่าสุดของฮุนไดมาโชว์ในงาน โดยปีนี้ฮุนไดเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ฮุนได ไอออนิค เปิดรับจองอย่างเป็นทางการด้วยราคาเพียง 1,749,000 บาท ฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้รับรางวัลมากมาย ทำให้ฮุนได ไอออนิค เป็นรถพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมและสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก ไอออนิก อิเล็กทริก ใช้แบตเตอร์รี่แบบลิเธียม ไอออน โพลิเมอร์ ขนาด 28 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 280 กิโลเมตร ให้พละกำลังสูงสุด 120แรงม้า (88kW) แรงบิดสูงสุด 295 นิวตันเมตร เชื่อมต่อผ่านระบบเกียร์แบบ single-speed ที่สามารถพารถยนต์ไปที่ความเร็วสุงสุดที่ 165 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่แบบลิเธียม ไอออน โพลิเมอร์ ได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ภายในเวลาเพียง 24 นาที (ด้วยการชาร์จไฟขนาด 100 กิโลวัตต์) ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี

พร้อมแนะนำรถรุ่นตกแต่งพิเศษ เอช-วัน แบล็กซีรีส์ ที่งานและเปิดรับจองครั้งแรกที่งานฯในราคา 1,579,000 บาท ที่เพิ่มความสปอร์ตมากยิ่งขึ้นด้วย ล้ออัลลอยแบบ Y Spoke Design ขนาด 17 นิ้ว และตกแต่งให้ดูหรูหรา มีเอกลักษณ์ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ในแบบพรีเมียม ภายในเน้นการตกแต่งแบบหรูหรา เบาะนั่งและแผงประตูคู่หน้าตกแต่งด้วยหนังสีเบจ ที่มีการเดินด้ายแบบตะเข็บคู่ และได้รับการตัดเย็บอย่างประณีต  บริเวณคอนโซลด้านหน้า ตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์, พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังสีดำ เพิ่มความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

ฮุนได เอช-วัน แบล็กซีรีส์ มาพร้อมระบบความบันเทิงครบครัน ด้วยหน้าจอสัมผัสด้านหน้าขนาด 7 นิ้ว พร้อมเครื่องเล่น DVD ที่รองรับระบบ Apple Car Play สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ติดตั้งจอขนาด 10.1 นิ้ว 2 ตำแหน่ง สามารถแยกการใช้งานระหว่างสองด้านได้อย่างอิสระแบบ Dual Zone ผ่านหูฟังระบบอินฟราเรดนอกจากนี้ที่บูธฮุนไดยังได้นำ ฮุนได แกรนด์ สตาร์เรกซ์ รถยนต์อเนกประสงค์แบบ 7 ที่นั่ง และ ฮุนได เอช-วัน รุ่นเดอลุกซ์, อีลิท และทัวริ่ง มาให้ทุกท่านได้สัมผัสและทดลองขับที่งานนี้ นอกจากข้อเสนอพิเศษ ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1ปี สำหรับรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่น และดอกเบี้ยอัตราพิเศษสำหรับฮุนได แกรนด์ สตาร์เรกซ์แล้ว   ลูกค้าที่จองรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2561 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลจากฮุนได ได้แก่ ทองคำหนัก 10 บาท, แพ็คเกจทัวร์ประเทศเกาหลีใต้ หรือโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy Note 8 รวมมูลค่าของรางวัลทั้งหมดกว่า 3 ล้านบาท

โปรโมชั่นพิเศษในงาน 

ฮุนได เอช-วัน ทุกรุ่น : 

•ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี 

ฮุนได แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ทุกรุ่น: 

•รับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 0.99% ผ่อนนานสูงสุด 48 เดือน หรือ รับเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ

Jaguar 004

JAGUAR-LANDROVER

บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการ เปิดตัวและวางจำหน่าย จากัวร์ เอฟ-ไทป์ 300 แรงม้า (Jaguar F-Type 300 PS) มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ Ingenium เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ ให้สมรรถนะสูงสุด 300 แรงม้า จากัวร์ เอฟ-ไทป์ ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานในประสิทธิภาพและสมรรถนะของรถ จากรางวัลการันตีคุณภาพและสมรรถนะมาแล้ว 160 รางวัลทั่วโลก ด้วยความสมดุลของการออกแบบรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมกับสมรรถนะที่น่าทึ่งและการขับเคลื่อนอันทรงพลัง รวมถึงรถยนต์ที่มีโครงสร้างแบบคูเป้ด้วย ทำให้ จากัวร์ เอฟ-ไทป์ มีความแตกต่างจากรถยนต์ประเภทเดียวกันอย่างโดดเด่น 

Jaguar 003

และเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของตลาดประเทศไทยจึงเปิดตัวและวางจำหน่าย จากัวร์ เอฟ-ไทป์ เครื่องยนต์ใหม่ Ingenium เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ ให้สมรรถนะสูงสุด 300 แรงม้า ในราคาที่น่าจับจองเป็นเจ้าของ ด้วยราคา 6,999,000 บาท พร้อมแคมเปญ Worry-Free Program ให้ความคุ้มค่ากับการรับประกันนาน 5 ปี บริการซ่อมบำรุงฟรี 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอดเวลานาน 5 ปี และพิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ จากัวร์ เอฟ-ไทป์ ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 รับฟรีแพ็คเกจโปรแกรมเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์จากัวร์ ร่วมสัมผัสประวัติศาสตร์หน้าสำคัญๆ ของแบรนด์ และร่วมงาน Goodwood Festival of Speed 2018 ณ ประเทศอังกฤษ

Landrover 001

พร้อมแคมเปญ Worry-Free Program ให้ความคุ้มค่ากับการรับประกันนาน 5 ปี บริการซ่อมบำรุงฟรี 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอดเวลานาน 5 ปี และพิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ จากัวร์ เอฟ-ไทป์ ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 รับฟรีแพ็คเกจโปรแกรมเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์จากัวร์ ร่วมสัมผัสประวัติศาสตร์หน้าสำคัญๆ ของแบรนด์ และร่วมงาน Goodwood Festival of Speed 2018 ณ ประเทศอังกฤษ

Jaguar 005

นอกจากการเปิดตัว จากัวร์ เอฟ-ไทป์ 300 แรงม้า ทางจากัวร์ยังมีสมาชิกใหม่ล่าสุด เดอะ นิว จากัวร์ อี-เพช (The New Jaguar E-Pace) รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวีที่ออกแบบจากรถยนต์สปอร์ต เอฟ-ไทป์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยด้วยราคาพิเศษช่วงแนะนำ 3,500,000 บาท พร้อมแคมเปญ “Worry-Free Program” ให้ความคุ้มค่ากับการรับประกันนาน 5 ปี บริการซ่อมบำรุงฟรี 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอดเวลานาน 5 ปี สำหรับลูกค้าที่จองภายในงาน พร้อมบริการรถทดสอบสำหรับทุกท่านที่สนใจทดลองขับรถยนต์รุ่นนี้”

Landrover 002

พบกับรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ พร้อมข้อเสนอพิเศษรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ ทุกรุ่น ยกเว้นรุ่นเดอะ นิว จากัวร์ อี-เพช (The New Jaguar E-Pace) ในอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 24 เดือน พร้อมแคมเปญ “Worry-Free Program” ให้ความคุ้มค่ากับการรับประกันนาน 5 ปี บริการซ่อมบำรุงฟรี 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอดเวลานาน 5 ปี ในงาน

Lexus 002

LEXUS

ที่บูธบูทเลกซัสปีนี้มาด้วยแนวคิดภ“Experience Amazing” เพื่อมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจ ผ่านความล้ำสมัยในการออกแบบและความประณีตในทุกรายละเอียดตามแบบฉบับช่างหัตถศิลป์ญี่ปุ่น(Takumi Craftsmanship) ของยนตรกรรมนำเข้าเลกซัส รวมทั้งการดูแลและบริการลูกค้าอย่างเหนือระดับแบบวัฒนธรรมญี่ปุ่น(Omotenashi)และกิจกรรมทางการตลาด เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้ชีวิตแบบ Luxury Lifestyle ซึ่งเป็นแบบฉบับของเลกซัส ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่แบรนด์รถยนต์หรูระดับพรีเมี่ยมเท่านั้น แต่ยังตอบสนองลูกค้าระดับบน ที่มีรสนิยมและ ไลฟ์สไตล์ที่มุ่งหวังประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเหนือระดับอย่างแท้จริง

Lexus 006

บนพื้นที่จัดแสดงของเลกซัสประกอบด้วย

Lexus LS ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 5 มาพร้อมกับระบบเครื่องยนต์ 3 ทางเลือก เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างไม่ว่าจะเป็น ระบบไฮบริด เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ในรุ่น LS 500h เต็มสมรรถนะยิ่งขึ้นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่มาพร้อมกับชุดเกียร์ใหม่ Lexus Multi Stage Hybrid สุดยอดนวัตกรรมที่จะทำให้เครื่องไฮบริดขับสนุกเร้าใจยิ่งขึ้น อีกทั้งเครื่องยนต์ใหม่แบบเทอร์โบชาร์จคู่ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ในรุ่น LS 500 มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift 10 ระดับ ตอบสนองสุนทรียะด้านการขับขี่สูงสุด และ เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ในรุ่น LS 350 ให้ความนุ่มนวลตลอดการขับขี่ ยิ่งไปกว่านั้นด้วยแนวทางการออกแบบชั้นเยี่ยม L-finesse ทำให้เลกซัส LS เป็นยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด

LS500h รุ่น Executive Pleat 15,830,000 บาท   รุ่น Executive 14,500,000 บาท

LS500  รุ่น Executive 13,080,000 บาท

LS350  รุ่น Luxury 11,530,000 บาท

Lexus LC500  

  บรรทัดฐานใหม่ของยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้กับเลกซัส LC500 ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 5.0 ลิตร ทำงานคู่กับระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 10 จังหวะ ให้กำลังถึง 471 แรงม้า มอบสมรรถนะการขับขี่สนุกเร้าใจด้วยโครงสร้างตัวถังแบบ Global Architecture Luxury ใหม่ล่าสุดจากเลกซัส    

Lexus NX รุ่นปรับโฉม มาพร้อมกับระบบเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่าง    ไม่ว่าจะเป็น ระบบไฮบริด 2.5 ลิตร ในรุ่น NX300h เต็มสมรรถนะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยระบบ Lexus Hybrid Drive และขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร ในรุ่น NX300 ให้สมรรถนะแรงเต็มพลังในทุกระดับความเร็ว

NX300

รุ่น F-Sport แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4,450,000 บาท

รุ่น Grand Luxury 3,440,000 บาท

NX300h

รุ่น F-Sport 4,050,000 บาท

รุ่น Premium 3,550,000 บาท

รุ่น Grand Luxury 3,140,000 บาท

รุ่น Luxury 2,930,000 บาท

Lexus CT 200h 

Lexus CT 200h รุ่นปรับโฉมใหม่ มาพร้อมความสมบูรณ์แบบที่เหนือระดับยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีของการขับขี่แบบ“Full Hybrid” ให้สมรรถนะเต็มประสิทธิภาพ ผสานกับเอกลักษณ์การออกแบบที่เน้นความประณีตพิถีพิถัน พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System+ สร้างนิยามใหม่ของยนตรกรรมไฮบริดพรีเมี่ยมแฮทช์แบค  

CT200h F-Sport 2,965,000* บาท

CT200h Premium 2,630,000* บาท

CT200h Luxury Leather 2,345,000* บาท

CT200h Luxury Fabric 1,999,000* บาท

*สำหรับสีทูโทน ราคาจะเพิ่มขึ้น 20,000 บาท จากราคาที่แสดงข้างต้น

RX 450h, 350, 300

 ยนตรกรรมครอสโอเวอร์ระดับสูงที่ได้รับความไว้วางใจและอยู่ในใจของลูกค้า มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตรรุ่นใหม่ของเลกซัส เทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus (LSS+) สะท้อนบุคลิกที่เหนือกว่าของผู้ครอบครองด้วยภาพลักษณ์สปอร์ต ผสานรูปทรงโดดเด่น ดุดัน เหนือใคร ด้วยความลงตัวของเส้นสายที่เชื่อมโยงกันจากด้านหน้าถึงด้านหลังอย่างมีดีไซน์ ทำให้รถดูมีมิติยิ่งขึ้น  

RX450h 7,600,000 บาท

RX350 6,800,000 บาท

RX300 4,180,000 – 5,290,000 บาท

Lexus 008

RC 300 The Soloist Charisma ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้...สมรรถนะที่ร้อนแรงและน่าหลงใหล  

  ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ที่ผสาน “ความร้อนแรงและความ   น่าหลงใหล” ในหนึ่งเดียว ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่เรียบง่ายแต่ชัดเจน คือ หลงใหลในครั้งแรกที่ได้เห็น และหลงใหลไปกับสมรรถนะสุดร้อนแรงในครั้งแรกที่ได้ขับขี่ ด้วยโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรง พัฒนาเฉพาะสำหรับ RC เท่านั้น พร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดของเลกซัส และแชสซีส์สไตล์สปอร์ต ขับเคลื่อนจากขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบ 4 สูบ แถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ            8-Speed Sport Direct Shift (SPDS)  เทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus (LSS+) รูปทรงโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวรวมถึงสมรรถนะที่เร้าใจและแฝงความสนุกสนานได้อย่างลงตัว ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 5,665,000 บาท

GS 450h, 350, 300, 300h Aggressively Irresistible  

  ปฏิวัตินิยามแห่งความสมบูรณ์แบบให้ยิ่งสมบูรณ์แบบกว่าที่เคย 

นิยามใหม่แห่งยนตรกรรมซีดานระดับหรู คำตอบสำหรับผู้ที่กำลังมองหาความเร้าใจ และความหรูหราที่ลงตัวของชีวิต มาพร้อมนิยามแห่งความสมบูรณ์แบบให้ยิ่งสมบูรณ์แบบกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าแบบ  Spindle Grille เทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus (LSS+) ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่สะท้อนปรัชญาการออกแบบภายใต้แนวความคิด L-Finesse ของเลกซัส ให้มีรูปลักษณ์ที่ดุดันและโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวยิ่งกว่าเดิม 

GS450h 8,110,000 บาท

GS350 7,110,000 บาท

GS300 4,680,000 – 5,370,000 บาท

GS300h 4,930,000 บาท

Lexus 009

ES300h “The Finest of Comfort”

ยนตรกรรมซีดานหรู ประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ยนตรกรรมที่สะท้อนนิยามใหม่ของซีดานสุดหรู เลกซัส ES 300hที่เน้นทั้งสมรรถนะในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ความปลอดภัยและความสะดวกสบายภายใต้แนวคิด “The Finest of Comfort” ประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ที่สำคัญยังคงโดดเด่นด้วยขุมพลัง Full Hybridในแบบฉบับของเลกซัส  ออกแบบโดยผสานความสปอร์ตและหรูหราอย่างลงตัว  พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus (LSS+) เหนือระดับ 

ES300h Premium 4,040,000 บาท

ES300h Grand Luxury 3,575,000 บาท 

ES300h Luxury 3,500,000 บาท

Lexus 004

IS 300 และ IS300h Beastiful 

เสน่ห์เกินยั้งใจ Lexus IS ใหม่ สง่างามด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่คมเข้ม         ปราดเปรียว สะท้อนความสปอร์ตอย่างแท้จริง มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินไฮบริดขนาด 2.5 ลิตร และเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร เทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus (LSS+) โฉบเฉี่ยวกับ 3-eye LED Headlamp โค้งรับกับไฟ LED Daytime Running Light คมเข้มด้วยชุดไฟท้ายรูปตัว L ซึ่งจัดเรียงอย่างมีมิติ สร้างมุมมองใหม่ที่บ่งบอกความเป็นผู้นำแห่งอนาคตของคุณ

IS300 F-Sport 4,445,000 บาท

IS300h Premium 3,685,000 บาท

IS300h Luxury 3,065,000 บาท 

พบข้อเสนอพิเศษภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 สำหรับผู้ที่ทดลองขับรถเลกซัสทุกรุ่น รับสิทธิ์ร่วมลุ้นรับกระเป๋าเดินทาง Rimowa รุ่น Salsa จำนวน 2 รางวัล และสำหรับผู้ที่จองรถ เลกซัสทุกรุ่นภายในงาน จะได้รับสิทธิ์ลุ้นเข้าร่วมทริป Experience Amazing Tour Package to Dubai ณ รัฐดูไบ มหานครใจกลางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเยี่ยมชม Intersect by Lexus สถานที่แห่งแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์โดยเลกซัส รถยนต์เลกซัสทุกรุ่นที่ซื้อจากผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการจะได้รับการรับประกัน 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมรับสิทธิ์เป็นสมาชิก Lexus Club รวมทั้งรับสิทธิพิเศษจาก Lexus Elite Club ผ่าน Mobile Applicationที่จะมอบสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมสุดเอกซ์คลูซีฟ และสิทธิประโชน์เหนือระดับให้กับลูกค้าคนสำคัญตลอดทั้งปี   โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้กับผู้แทนจำหน่ายเลกซัส อย่างเป็นทางการทั้ง 3 แห่ง

Maserati 012

MASERATI

มาเซราติ ประเทศไทย ร่วมมือกับ แอร์เมเนจิลโด เซนญ่า แบรนด์แฟชั่นระดับโลกจากอิตาลี รังสรรค์งานตกแต่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยผ้าไหมอิตาเลียนในห้องโดยสารของ มาเซราติ กิบลี กรันลุซโซ่ พร้อมโชว์ 7 ยนตรกรรมระดับลักชัวรีในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ 2018 หลังประสบความสำเร็จจากการร่วมมือในการออกคอลเลคชั่นพิเศษ ‘Spring Summer 2017’ รวมถึงเปิดตัวรถยนต์ ‘มาเซราติ ควอตโตรปอร์เต้ แอร์เมเนจิลโด เซนญา ลิมิเต็ด อิดิชั่น’ ร่วมกับ แอร์เมเนจิลโด เซนญ่า (Ermenegildo Zegna) แบรนด์เครื่องแต่งกายชายระดับไฮเอนด์จากอิตาลี

Maserati 005

ล่าสุดได้ร่วมมือกับแอร์เมเนจิลโด เซนญ่า อีกครั้ง เพื่อตกแต่งห้องโดยสารของ มาเซราติ กิบลี กรันลุซโซ่ โดยนำผ้าไหมมัลเบอร์รี (Mulberry silk) ที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพดีสุดในโลก มาใช้บริเวณกึ่งกลางเบาะนั่งคู่หน้าและคู่หลัง ผสานหนังแท้เนื้อละเอียดที่มีให้เลือกถึง 3 สี คือ ดำ น้ำตาล หรือแดง ซึ่งสะท้อนให้เห็นอารมณ์ของความสปอร์ตและความหรูหราในระดับลักชัวรี นอกจากนั้น ผ้าไหมมัลเบอร์รียังถูกนำมาตกแต่งบริเวณแผงประตู เพดาน และแผ่นบังแดด ผสานพวงมาลัยที่หุ้มด้วยหนังแท้เนื้อละเอียด

Maserati 006

มาเซราติ กิบลี่ 2018 ที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทย แบ่งเป็น 2 รุ่นหลัก คือ เบนซิน และ ดีเซล โดยมีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย คือ กิบลี่ แกรนลุซโซ่ เครื่องยนต์เบนซิน วี6 สูบ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ 350 แรงม้า กิบลี่ เอส แกรนสปอร์ต ใช้เครื่องยนต์เดียวกัน แต่เพิ่มกำลังเป็น 430 แรงม้า กิบลี่ ดีเซล เครื่องยนต์ดีเซล วี6 สูบ 3.0 ลิตร เทอร์โบ 275 แรงม้า กับแรงบิดสูงถึง 600 นิวตันเมตร ที่ 2,000-2,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่นสุดท้าย เป็นกิบลี่ ดีเซล แกรนลุซโซ่ ที่ถูกเพิ่มหลายออปชั่นล้ำสมัย โดยมาเซราติ กิบลี่ ทุกรุ่นย่อย ส่งกำลังสู่ล้อหลัง ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ ZF

Maserati 011

นอกจากนี้ที่บูธมาเซราติยังมีพรรคพวกตรีศูลรุ่นอื่นๆ ดังนี้

Levante Diesel GranLusso

โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ ดีเซล วี6 ที่ให้กำลัง 275 แรงม้า ให้แรงบิดสูงถึง 600 นิวตันเมตร ช่วงล่างแบบถุงลม ที่สามารถปรับได้ 6 ระดับ ทำให้ขับดีทั้งบนถนนหรือออฟโรด การตกแต่งภายในแบบลักชัวรี เลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง สัมผัสได้ถึงความหรูหราและกลิ่นอายสไตล์อิตาเลียนอย่างแท้จริง

Levante S GranSport

ยนตรกรรมอเนกประสงค์ มีกำลังสูงถึง 430 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 5.2 วินาที กระจังหน้า Black Piano ห้องโดยสารแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ เบาะทรงสปอร์ต แต่ยังคงไว้ซึ่งความประณีตและพิถีพิถันในการเลือกใช้วัสดุ ขับเคลื่อนอย่างมั่นใจด้วยระบบ Q4 All-wheel drive torque vectoring ช่วยให้ปลอดภัยทุกสภาพเส้นทาง

The New Quattroporte

สปอร์ตซีดานสุดหรู ที่มีประวัติยาวนานกว่า 50 ปี ซึ่งควอตโตรปอร์เต้ เจเนอเรชั่น 6 เป็นการผสมผสานระหว่างความหรูหรา และความสปอร์ตตามแบบฉบับอิตาเลียนดีไซน์อย่างลงตัว เครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง มีให้เลือกทั้งเบนซินหรือดีเซล ผสานระบบช่วยขับ ที่ทำให้คุณมั่นใจและปลอดภัยทุกการเดินทาง ห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงพิเศษ และงานฝีมือที่ประณีต ทำให้รู้สึกถึงความพิเศษที่แตกต่าง

Maserati 012

GranTurismo Sport

รถสปอร์ตจีที 4 ที่นั่ง ออกแบบให้มีความคล่องตัว ใช้สะดวกในชีวิตประจำวัน เครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบ 460 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.7 วินาที ห้องโดยสารออกแบบอย่างประณีต ให้ความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง

GranCabrio Sport

ยนตรกรรมสปอร์ตจีทีเปิดประทุน 4 ที่นั่ง ที่ถูกออกแบบให้มีความคล่องตัวสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องยนต์เบนซิน วี8 ขุมพลัง 460 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5 วินาที ห้องโดยสารของ กรันคาบริโอ้ ออกแบบอย่างประณีต ให้ความสะดวกสบายไม่ว่าคุณจะเดินทางระยะทางใกล้หรือไกล ขณะที่วัสดุในห้องโดยสาร ก็เลือกใช้หนังคุณภาพสูงพิเศษจากโรงงานผลิตหนังที่ดีสุดในโลกร่วมสัมผัสผลงานดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และ 7 ยนตรกรรมลักชัวรี ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 8 เมษายน 2561 ณ บูธ มาเซราติ โซน A05 อาคาร ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

Mazda 003

MAZDA

ปีนี้เป็นอีกปีที่จังหวะเวลาของงานมอเตอร์โชว์มาสด้าไม่มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่แต่มาสด้าได้ชวนลูกค้าร่วมสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับแบบจัดเต็ม ยิ่งใหญ่ตระการตาในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งนี้ด้วยการเปิดตัวสุดยอดโมเดลใหม่ 3 รุ่นรวด ได้แก่ New Mazda2 2018 คอลเลคชั่น รถเล็กขวัญใจวัยทีนที่กระแสแรงต่อเนื่องจนก้าวขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งในตลาด เติมความสดใหม่ ใส่ความคุ้มค่าด้วยการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานมากมายจนล้นคัน แต่ขายราคาเท่าเดิม รุ่นถัดมากับซับคอมแพคคาร์ที่โด่งดังทั่วโลกด้วยยอดขายกว่า 5 ล้านคัน New Mazda3 2018 คอลเลคชั่น เติมเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบทิศทาง และเจ้าตำนานแห่งการขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจกับเสียงเรียกร้องของบรรดาสาวกเกียร์ธรรมดา New Mazda MX-5 เกียร์แมนนวล 

ในรายละเอียดของรถยนต์มาสด้าที่นำมาให้ลูกค้าได้สัมผัสเทคโนโลยีอันล้ำสมัย อาทิ รถสปอร์ตเปิดประทุนด้วยระบบไฟฟ้า MX-5 RF เกียร์แมนนวล 6 สปีด พร้อมสีแดงโซลเรดคริสตัล ราคาจำหน่าย 2,820,000 บาท รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ CX-3 รถยนต์นั่ง Mazda3 รุ่น 2018 คอลเลคชั่น ภายใต้แนวคิดสุดหรู VISION BEYOND IMAGINATION หรือ มิติใหม่ของความสมบูรณ์แบบที่มีอยู่จริง ที่เพิ่มเทคโนโลยีใหม่ใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับระบบแสดงภาพ 360° องศารอบทิศทาง (360° View Monitor) ที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นตัวรถได้รอบทิศทาง และยังเพิ่มระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่มากขึ้น รถยนต์มาสด้า2  ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและยังเป็นรุ่นขายดีตลอดกาลของมาสด้า รวมทั้งรถปิกอัพมาสด้า BT-50 โปร และรถอเนกประสงค์เอสยูวี ALL-NEW MAZDA CX-5 ที่เคยขึ้นครองอันดับหนึ่งของตลาดรถเอสยูวี โดยงานในครั้งนี้ถือเป็นการรวมรถยนต์รุ่นใหม่ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของมาสด้ามาไว้ในที่เดียวกัน

Mazda 004

และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่มอบความไว้วางใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมาสด้ามาสด้ามอบเสนอสุดพิเศษกับแคมเปญ“MAZDA AMAZING MONTH"

◦มาสด้า2 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร

◦มาสด้า3 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

◦มาสด้า CX-3 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 0.66% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 

◦มาสด้า บีที-50 โปร เงินดาวน์ 20% ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,900 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 

◦All-New Mazda CX-5 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 1.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร

◦มาสด้า MX-5 พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และโปรแกรมรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร

รถยนต์มาสด้าทุกรุ่นรับฟรีประกันชั้น 1 (Mazda Premium Insurance) ข้อเสนอสุดพิเศษนี้สำหรับลูกค้ามาสด้าทุกโชว์รูมทั่วประเทศ และที่สำคัญเฉพาะลูกค้าที่จองซื้อภายในงานมอเตอร์โชว์ รับเพิ่มลำโพงคุณภาพดีแบรนด์ BOSE จากมาสด้า ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 8 เมษายนศกนี้เท่านั้น

Mercedes Benz 002

MERCEDES-BENZ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ย้ำความเป็นอันดับหนึ่งวงการรถยนต์หรูเมืองไทย ส่งรถยนต์ 4 รุ่นล่าสุด ทั้งในกลุ่มดรีมคาร์ อย่าง The new CLS 300 d AMG Premium สุดยอดยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและดีไซน์อันงดงาม The E 200 Coupé AMG Dynamic สปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่มอบ ความกว้างขวางและสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้โดยสาร GLC 250 4MATIC Coupé ยนตรกรรมที่ผสานความอเนกประสงค์ของรถยนต์สไตล์เอสยูวีและความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ของรถยนต์คูเป้ เข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงยนตรกรรมหรูอัจฉริยะ The S 350 d Exclusive และ The S 350 d AMG Premium รุ่นประกอบในประเทศ ที่สุดแห่งความสง่า เติมเต็มประสบการณ์แห่งการขับขี่สำหรับผู้นำให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น พร้อมรถยนต์คันพิเศษ “GLA Millennials’ Voices Edition” ผลงานการเพ้นท์ภาพของศิลปินกราฟิตี้ชื่อดัง “อเล็กซ์ เฟส” รวมทั้งยนตรกรรมหรูรวมกว่า                28 คัน ครบครันในทุกเซ็กเมนต์ มาจัดแสดงภายในงาน

สำหรับการออกแบบบูธที่มีการแบ่งโซนของรถยนต์ทั้งในกลุ่มและแบรนด์ต่างๆ เป็นจำนวน 5 โซนอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในกลุ่มCompact Car, Contemporary Luxury Sedans & Dream Car, SUV และแบรนด์เทคโนโลยีกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz รวมถึงแบรนด์รถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง อย่าง Mercedes-AMG มาให้กลุ่มลูกค้าได้เห็นถึงจุดเด่นและความแตกต่างของรถยนต์ในแต่ละกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น

พร้อมทั้งนำรถยนต์ในกลุ่ม Dream Car สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหรูหราสไตล์สปอร์ต ซึ่งจากการตอบรับ อย่างดีเยี่ยมในรถยนต์กลุ่มนี้ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทฯ มียอดขายเฉพาะกลุ่ม Dream Car เพิ่มขึ้นกว่า 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ดังนั้น เพื่อสานต่อในความสำเร็จนี้ เราจึงได้นำเสนอรถยนต์รุ่นที่ 3 ในตระกูล CLS อย่าง The new CLS 300 d AMG Premium สุดยอดยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและดีไซน์อันงดงามที่จะช่วยเสริมรากฐานและเอกลักษณ์ของรถยนต์ตระกูลนี้ให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น 

พร้อมด้วยรถยนต์ The E-Class Coupé รุ่น E 200 Coupé AMG Dynamic สปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่มอบความกว้างขวางและสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้โดยสาร ที่มาพร้อมกับความสมรรถนะเร้าใจของเครื่องยนต์เบนซิน1,991 ซีซี และ GLC 250 4MATIC Coupé ยนตรกรรมที่ผสานความอเนกประสงค์ของรถยนต์สไตล์เอสยูวีและความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ของรถยนต์คูเป้เข้าไว้ด้วยกัน และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญอย่าง The S-Class รุ่นประกอบในประเทศ ที่สุดแห่งความสง่า เติมเต็มประสบการณ์แห่งการขับขี่สำหรับผู้นำให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยในครั้งนี้มานำเสนอให้ลูกค้าได้เลือกสรรกันถึง 2 รุ่นย่อย คือ The S 350 d Exclusive และ The S 350 d AMG Premium

Mercedes Benz 004

นอกจากนี้ ที่บูธเมอร์เซเดสเบ็นซ์ ได้สานต่อโปรเจ็คท์ #GrowupLikeThis ที่เกิดจากการนำอินไซท์ของกลุ่มคนมิลเลนเนียลที่มีความเชื่อมั่นในศักยภาพตนเองสูงโดยเฉพาะใน“ความเป็นผู้ใหญ่” ที่ชอบแสดงความคิดและทัศนคติในแบบของตัวเอง (Self-express) แต่ในบางครั้งสิ่งเหล่านี้ มักถูกคนในสังคมมองข้ามไป ผ่านการนำรถยนต์ “GLA Millennials’ Voices Edition” รถยนต์ Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic คันพิเศษที่ได้รับการสร้างสรรค์ผลงานเพ้นท์ภาพจากศิลปินกราฟิตี้ชื่อดัง “อเล็กซ์ เฟส” หรือ “พัชรพล แตงรื่น” เพื่อเป็นเหมือนกระบอกเสียงให้กับคนยุคมิลเลนเนียลในการแสดงออกทางความคิดและมุมมองการใช้ชีวิตของพวกเขา โดยถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านคาแรคเตอร์ “เด็กน้อยสามตาหน้าบึ้ง” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ Alex Face  มาจัดแสดงให้บุคคลทั่วไปได้ชมภายในงานอีกด้วย นอกเหนือจากขบวนรถยนต์มากมายที่นำมาจัดแสดงในงานแล้ว ยังได้นำรถยนต์รุ่นอื่นๆ ในกลุ่ม Compact Car, Contemporary Luxury Sedans, Dream Car, SUV และ Mercedes-AMG อีกกว่า 20 รุ่นมาจัดแสดง เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกชมกันอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังได้เตรียมข้อเสนอพิเศษสุดเพื่อเป็นการขอบคุณแก่ลูกค้าที่สนใจรถยนต์ The C-Class ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น C 350 e Avantgarde, C 350 e Exclusive และ C 350 e AMG Dynamic พร้อมรับรถภายในเดือนมีนาคม 2561 นี้ สามารถผ่อนชำระรถยนต์ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% เป็นระยะเวลา 4 ปี พร้อมรับฟรีประกันชั้น 1 MB Protection ระยะเวลา 1 ปีอีกด้วย

MG 005 copy

MG

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์- ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายรถยนต์ “เอ็มจี”ส่งรถยนต์ 5 รุ่นเข้าร่วมงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ (Bangkok International Motor Show)  ครั้งนี้ ภายใต้แนวคิด The Perfect Connection “อัจฉริยะแห่งการเชื่อมต่อ” สะท้อนความอัจฉริยะแห่งการเชื่อมต่อระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ MG ผ่านเส้นสายอันเป็นเอกลักษณ์ที่ปรากฏอยู่ในทุกส่วนของบูท  ช่วยสร้างความแข็งแกร่ง ทันสมัย และน่าดึงดูด การจัดแสดงรถยนต์ครั้งนี้นำโดยรถยนต์ยอดนิยม NEW MG ZS สมาร์ทเอสยูวี เพื่อชีวิตไร้ขีดจำกัด พร้อมข้อเสนอพิเศษต่างๆมากมาย โดยในงานปีนี้ เอ็มจี มอบข้อเสนอพิเศษมากมายให้แก่ลูกค้าที่สนใจจองรถยนต์เอ็มจีภายในงานดยรถเอ็มจีทุกรุ่นมาพร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง และพ.ร.บ. ฟรีนาน 1 ปี และมอบแคมเปญพิเศษในแต่ละรุ่น เมื่อจองรถในงานดังกล่าวหรือที่โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศระหว่างวันที่ 28 มีนาคมถึง 8 เมษายน 2561 โดยมีรายละเอียดดังนี้

MG 006

•MG 3

ดาวน์เริ่มต้นเพียง 47,900 บาท  หรือ ผ่อนเพียงเดือนละ 5,172 บาท 

ฟรี ! ชุดเครื่องเล่น DVD พร้อมเนวิเกเตอร์ และกล้องมองหลังแท้จาก MG รับประกัน 2 ปี 

พิเศษจำนวนจำกัด ฟรี! ชุดตกแต่งรอบคัน (Aero kit set) รับประกัน 2 ปี 

•MG 5

เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%  หรือ ผ่อนเพียงเดือนละ 7,007 บาท

•MG GS 2.0T

 เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.89%  หรือผ่อนเพียงเดือนละ 12,838 บาท 

ฟรี! ระบบประตูท้ายไฟฟ้าแท้จาก MG (Electric Lift Gate)

•MG GS 1.5T

เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.89%  หรือ ผ่อนเพียงเดือนละ 9,443 บาท

ฟรี! ระบบประตูท้ายไฟฟ้า (Electric Lift Gate)

•MG6 

เลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี  หรือ ผ่อนเพียงเดือนละ 9,696 บาท

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับรถยนต์รุ่นต่างๆของเอ็มจี ได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม ถึง 8 เมษายน 2561 ที่บูธ A11 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือ ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ หรือ ติดต่อ MG CALL CENTRE โทร. 1267

Mitsubishi 001

MITSUBISHI

มิตซูบิชิเน้นย้ำกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก“Drive Your Ambition”ตามแนวทางของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ภายในงาน 2018 บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 นำเสนอความก้าวล้ำหน้าทางเทคโนโลยีด้วยการจัดแสดง มิตซูบิชิ อีเอ็กซ์ คอนเซปต์ (Mitsubishi eX Concept) รถอเนกประสงค์ต้นแบบที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนารถอเนกประสงค์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเจนเนอเรชั่นใหม่ รถอเนกประสงค์ต้นแบบเทคโนโลยีล้ำสมัยคันนี้คือแนวทางการสร้างสรรค์รถอเนกประสงค์และระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคตของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส และยังสอดคล้องกับงานมอเตอร์โชว์ในปีนี้ที่ถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ปฏิวัติทุกการเคลื่อนไหว” หรือ “Revolution in Motion”  มิตซูบิชิ อีเอ็กซ์ คอนเซปต์ คือ วิสัยทัศน์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในการพัฒนารถอเนกประสงค์แห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ ด้วยเอกลักษณ์การออกแบบที่โดดเด่นแบบ Dynamic Shield ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ เน้นเส้นสายความรู้สึกแบบสปอร์ตครอสโอเวอร์ รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวและปราดเปรียว พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น แนวทางการพัฒนา มิตซูบิชิ อีเอ็กซ์ คอนเซปต์ นี้แสดงให้เห็นถึงทิศทางการสร้างสรรค์รถอเนกประสงค์ในอนาคตของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 

Mitsubishi 004

ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าเจนเนอเรชั่นใหม่ใช้แบตเตอรี่ที่มีความจุสูงและเต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ พร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงที่ทำให้ระบบขับเคลื่อนทั้งหมดมีน้ำหนักเบาและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีระยะทางขับเคลื่อนอยู่ที่ 400 กม. ด้วยระบบ Twin Motor 4WD และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ S-AWC (Super All Wheel Control*) รถเอสยูวีต้นแบบใหม่ล่าสุดนี้มอบสมรรถนะการขับขี่และการควบคุมที่เหนือกว่า นอกจากนี้ยังมีระบบขับขี่อัตโนมัติผสานกับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่ใช้ระบบการจัดการข้อมูลรุ่นใหม่ล่าสุด และเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย ภายในห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ อีเอ็กซ์ คอนเซปต์ ตกแต่งด้วยสีบนคอนโซลและแผงประตูที่แตกต่างกันเพื่อสร้างบรรยากาศที่แตกต่างระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสาร การออกแบบภายในเน้นความกว้างขวาง โฉบเฉี่ยวและหรูหรา พร้อมเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง หรือ เออาร์ (Augmented Reality) บนกระจกหน้า เพื่อแสดงข้อมูลการขับขี่

Mitsubishi 003

ระบบนำทางผ่านดาวเทียม การแจ้งเตือนระยะห่างระหว่างรถยนต์ ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา และข้อมูลจากป้ายสัญญาณจราจรผ่านระบบตรวจจับด้วยกล้อง กระจกหน้ายังมาพร้อมกับเทคโนโลยีระบบติดตามการแจ้งเตือน (Caution Tracking) ซึ่งมีเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ด้วยระบบสื่อสารระหว่างรถยนต์กับรถยนต์ (Vehicle-to-Vehicle) รถยนต์กับถนน (Vehicle-to-Road) และรถยนต์กับคนเดินถนน (Vehicle-to-Pedestrian) เพื่อแสดงสัญญาณแจ้งเตือนและระบบแนะนำการขับขี่ อีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญคือหน้าจออัจฉริยะ (Intelligent Display) ที่เป็นศูนย์กลางแสดงข้อมูลการขับขี่ตลอดการเดินทาง ผู้ขับขี่สามารถค้นหาข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลผ่านระบบประมวลผลแบบคลาวด์ ขณะที่ฟังค์ชั่นปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะช่วยแนะนำการใช้งานจากการเรียนรู้พฤติกรรมและความสนใจส่วนตัวของผู้ขับขี่

ความโดดเด่นอีกมากมายในบูธมิตซูบิชิ นอกจากรถอเนกประสงค์ต้นแบบดังกล่าว ผู้เข้าชมบูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังจะได้สัมผัสและจับจองรถอเนกประสงค์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ความปลอดภัยและเทคโนโลยี พร้อมติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม อาทิ ระบบฟอกอากาศภายในห้องโดยสาร นาโนอิ (Nanoe)1 ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (ถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้างสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าของผู้ขับขี่ และม่านนิรภัยที่ครอบคลุมถึงผู้โดยสารแถวที่สาม) ห้องโดยสารสีเบจ พร้อมวัสดุตกแต่งสีดำเปียโนแบล็ค เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบผ่อนแรงและดึงกลับอัตโนมัติ

  มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ลิมิเต็ด อิดิชั่น ยังมาพร้อมกับเสาอากาศฝังในกระจกหลัง มาตรวัดแบบไฮคอนทราสต์ ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ระบบปรับอากาศปรับอุณหภูมิอัตโนมัติแบบแยกส่วนซ้าย-ขวา และระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติบนพวงมาลัย นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยทั้งแบบก่อนและขณะเกิดอุบัติเหตุ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและฟีเจอร์ระดับพรีเมียม มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ลิมิเต็ด อิดิชั่น มีราคาจำหน่ายที่ 1,424,000 บาท (สีขาวมุก Pearl White เพิ่ม 15,000 บาท)

ลูกค้าผู้ที่สนใจเข้าชมบูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังจะได้สัมผัสกับ มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท เมกะแค็บ พลัส เป็นครั้งแรก เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าเพิ่มเติมจากรุ่นดับเบิ้ลแคบ ยกระดับให้มีความโดดเด่นอีกขั้นในสไตล์ “แอทลีท” มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่แข็งแกร่งโฉบเฉี่ยว และเบาะที่นั่งวัสดุหนังสีดำตัดสีส้มปักโลโก้ “แอทลีท” เดินตะเข็บด้ายสีส้มตกแต่งเบาะนั่ง พวงมาลัยหุ้มหนัง หัวเกียร์หุ้มหนัง รวมถึงบนแผงประตูและพรมปูพื้น เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์เสริมมากมาย ทั้งระบบนิรภัยป้องกันการโจรกรรม พร้อมกุญแจอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ กล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอดพร้อมเส้นกะระยะ และระบบล็อกประตูอัตโนมัติ อุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ ยังรวมถึงระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบล็อกความเร็วอัตโนมัติ ระบบเชื่อมต่อแอปเปิล คาร์เพลย์2 และสมาร์ทโฟน รวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย 

รูปลักษณ์ภายนอกของ มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท เมกะแค็บ พลัส สะดุดทุกสายตาด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบไบซีนอน HID ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบแอลอีดี ไฟตัดหมอกคู่หน้า พร้อมสติกเกอร์ “แอทลีท” ตกแต่งรอบคัน และสปอยเลอร์ที่ฝาท้าย มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท เมกะแค็บ พลัส มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 759,000 บาท (สีขาวมุก Pearl White มีราคาเพิ่มอีก 7,000 บาท)

สำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์ซิตี้คาร์จะได้พบกับ มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่มีสีตัวถัง 2 สีพิเศษ คือ สีแดงเมทัลลิก (Red Metallic) หลังคาดำ และสีขาวมุก (White Pearl) หลังคาดำ ติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 10 รายการประกอบด้วย กระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยวแอลอีดี สปอยเลอร์หลังสีดำพร้อมไฟเบรกดวงที่สามแบบแอลอีดี ภายในห้องโดยสารเน้นความคมเข้มด้วยเบาะที่นั่งหุ้มวัสดุผ้าสีทูโทนดำและแดง หัวเกียร์หุ้มหนัง และพวงมาลัยหุ้มหนังตกแต่งเสริมด้วยวัสดุสีเปียโนแบล็กและโครเมียม ทุกชิ้นส่วนเหล่านี้เดินด้ายตะเข็บสีแดง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ และสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย ตลอดจนระบบเชื่อมต่อบลูทูธ และระบบอื่นๆ 

มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ครบครันด้วยระบบความปลอดภัย อาทิ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) และระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (ที่ความเร็วต่ำ) (FCM-LS) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (เฉพาะด้านหน้า) (RMS-Forward) ระบบเหล่านี้ยังทำงานร่วมกับระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) และระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบเสริมแรงเบรก (BA) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) และจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX สองตำแหน่ง ทั้งหมดนี้ด้วยราคา 564,000 บาทสำหรับรุ่นสีแดงเมทัลลิก (Red Metallic) หลังคาสีดำ และ 571,000 บาท สำหรับรุ่นสีขาวมุก (White Pearl) หลังคาสีดำ

นอกจากยานยนต์รุ่นต่างๆ ที่จะสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าแล้ว ทางบริษัทฯ ยังได้มอบโปรโมชั่นพิเศษ “5 ปีดูแลดีถึงใจ” เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งประกอบด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. 5 ปี ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี และ ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี โดยโปรโมชั่นพิเศษนี้มอบให้แก่ลูกค้าที่จองรถภายในงานฯ และที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 8 เมษายน 2561 พิเศษ เฉพาะลูกค้าที่จองรถภายในงานฯ รับฟรีทันทีของที่ระลึกกระเป๋าเก็บความเย็นมูลค่า 1,599 บาท 

Nissan 001

NISSAN

นิสสัน จัดแสดงรถยนต์สุดตื่นเต้นเร้าใจทั้งหมด 10 รุ่น พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างครบครันทุกเซกเมนต์ด้วยราคาจำหน่ายที่น่าสนใจอย่างยิ่ง  นับเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าจะได้ยลโฉมรถซูเปอร์สปอร์ต นิสสัน จีที-อาร์ พรีเมียม อิดิชั่น 2018 จัดแสดงเคียงข้างกับนิสสัน ลีฟ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในโลกเจนเนอเรชั่นที่ 2 นิสสันพัฒนายานยนต์เพื่อตอบโจทย์ทุกกลุ่มผู้ใช้รถในทุกช่วงอายุ ตั้งแต่รถยนต์อีโคคาร์ รถกระบะนาวารา และเอ็กซ์เทรล เอสยูวีที่มียอดขายสูงสุดในโลก ไปจนถึงลีฟ ใหม่ และจีที-อาร์

Nissan 002

ภายในบูธนิสสันที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 มีรถยนต์อันน่าตื่นตาตื่นใจหลากหลายรุ่นจัดแสดง ประกอบด้วย

•นิสสัน เอ็กซ์เทรล 2.0V Hybrid ได้รับรางวัล “เอสยูวีไฮบริดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,000 ซีซี ยอดเยี่ยม” ที่งานประกาศผลรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2018 และถือเป็นเอสยูวีไฮบริดหนึ่งเดียวในเซกเมนต์นี้ และเป็นเอสยูวีที่ขายดีที่สุดในโลก นิสสัน เอ็กซ์เทรล มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดประหยัดน้ำมันสูงและกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบคันแบบ 360 องศา

Nissan 008

•นิสสัน ซิลฟี ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ในฐานะรถคอมแพ็กต์ซีดานพรีเมียม แนวสปอร์ตที่มอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือชั้น พร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวาง โดยเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ DIG-Turbo พละกำลัง 190 แรงม้าที่ทรงพลังที่สุดในระดับเดียวกัน รถยนต์ทั้งสองรุ่นมาพร้อมข้อเสนอดอกเบี้ย
0 เปอร์เซ็นต์และดาวน์ต่ำ 30 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนชำระนานสูงสุด 24-48 เดือน รวมถึงประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection เป็นเวลา 1 ปี

•ลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ซิตี้คาร์อัจฉริยะ และมีสไตล์ เพียบพร้อมความสะดวกสบายทั้งการขับขี่ในเมืองและออกเดินทางต่างจังหวัดอย่างอุ่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล่าสุด สามารถสัมผัส
นิสสัน โน๊ต นิสสัน อัลเมรา หรือนิสสัน มาร์ช

•นิสสัน โน๊ต รุ่นใหม่ล่าสุดโดดเด่นด้วยระบบความปลอดภัยที่ครบครันที่สุดในเซกเมนต์แฮทช์แบ็กขนาดซับคอมแพ็กต์ และยังเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันที่สุดและรองรับการใช้งานอย่างอเนกประสงค์ที่สุดในระดับเดียวกัน

•นิสสัน มาร์ช รถแฮทช์แบ็กอีโคคาร์ที่มียอดขายสูงสุดในประเทศไทย ยังครองความนิยมได้อย่าง
น่ามหัศจรรย์ด้วยการผสมผสานความประหยัด การใช้งานที่ดีเยี่ยม ความสะดวกสบาย และความไว้วางใจได้ในทุกการเดินทางอย่างลงตัว 

•นิสสัน อัลเมรา รถซีดานที่ได้ชื่อว่าเป็น “พี่สาวคนโต” ของนิสสัน มาร์ช นำเสนอห้องโดยสารและเนื้อที่ใต้ฝากระโปรงที่กว้างขวางที่สุด ตลอดจนความประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ ความสะดวกสบาย และความมั่นใจในการใช้งาน ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรม Nissan Easy Pay ดาวน์ต่ำ และประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection ฟรี 1 ปี

•นิสสัน นาวารา D/C Sportech คว้ารางวัล “รถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซียอดเยี่ยม” จากงานประกาศผลรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2018 ด้วยความแข็งแกร่ง ดีไซน์สปอร์ต และสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น แชสซีส์ที่บึกบึนทนทานและเครื่องยนต์ที่มอบความลงตัวระหว่างความประหยัดน้ำมันและมลพิษที่ต่ำ ขุมพลังสุดแรง ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ 2.5 ลิตร DOHC มีพละกำลัง 190 แรงม้า ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อทำให้รถกระบะรุ่นนี้พร้อมรองรับการบรรทุกหนัก และบุกตะลุยไปในทุกเส้นทางที่ผู้ขับขี่ต้องการ นาวารา ปี 2018 ยังมาพร้อมเทคโนโลยีนิสสันอินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้อย่างกล้องมองภาพรอบคัน (Around View Monitor หรือ AVM) และถุงลมนิรภัย 7 ลูกที่เพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่และมอบความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร

•นิสสัน นาวารา รุ่นดับเบิลแค็บและคิงแค็บ คือรถกระบะรุ่นแรกในระดับเดียวกันที่ติดตั้งกล้องมองภาพรอบคัน ขณะที่นาวาร่า รุ่นซิงเกิลแค็บก็เป็นรถกระบะรุ่นแรกในเซกเมนต์ที่มีกล้องมองภาพรอบคันเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รถกระบะนิสสัน นาวาราทุกรุ่นมาพร้อมข้อเสนอบัตรกำนัลค่าน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท แผนผ่อนชำระดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์และประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

Nissan 006

•นิสสัน เทียนา ซีดานหรูสำหรับเจ้าของธุรกิจ และผู้บริหารที่ต้องการการเดินทางที่มีความสะดวกสบายสูงสุด สมรรถนะที่เหนือกว่า และมั่นใจได้อย่างเต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบเชิงรุกและเชิงรับที่ครอบคลุม สำหรับภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 เทียนามาพร้อมโบนัสพิเศษเป็นสปอยเลอร์หลังมูลค่า 9,200 บาทฟรี พร้อมดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์ด้วยเงินดาวน์ขั้นต่ำ 25 เปอร์เซ็นต์และผ่อนชำระ
24-28 เดือน รวมถึงประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

•นิสสัน เออร์แวน รถแวนที่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางเป็นกลุ่มทั้งในเมือง และต่างจังหวัดด้วยความประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศและมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมซึ่งทำให้รถรุ่นนี้คือการลงทุนที่สุดคุ้มค่า โดยผู้ซื้อเออร์แวนภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 จะได้รับทางเลือกข้อเสนอดาวน์ต่ำ 15 เปอร์เซ็นต์ สำหรับแผนการผ่อนชำระนานสูงสุด 48 เดือน หรือดาวน์ 25 เปอร์เซ็นต์และผ่อนชำระนาน 72 เดือน

Pursche 001

PORSCHE

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ขนกองทัพยนตรกรรมสุดหรู นำโดย ปอร์เช่ คาเยนน์ เอส ใหม่ (The New Cayenne S), 911 จีที 2 อาร์เอส (911 GT2 RS), 911 จีที 3 (911 GT3), 911 คาร์เรร่า (911 Carrera), 718 บ็อกซเตอร์ (718 Boxster), 718 เคย์แมน (718 Cayman), พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) และ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด สปอร์ตทัวริสโม่ (Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo) หลากหลายรุ่นพร้อมอวดโฉมให้แก่เหล่าสาวกคนรักรถสปอร์ตได้จับจองเป็นเจ้าของในงาน พร้อมเริ่มต้นแคมเปญพิเศษฉลองครบรอบ 70 ปี ปอร์เช่ โดยพาเจ้าของรถผู้โชคดีไปร่วมทริปทดลองขับรถปอร์เช่ในบรรยากาศ Black Forest พร้อมเยี่ยมชมโรงงานและพิพิธภัณฑ์แบบเอ็กคลูซีฟ ณ ประเทศเยอรมนีเป็นเวลา 7 วัน 6 คืน

Pursche 005

สำหรับรายละเอียดรถยนต์ที่จัดแสดงในบูธปอร์เช่มีดังนี้

คาเยนน์ เอส ใหม่ (The new Cayenne S)

ยนตรกรรม SUV สายพันธุ์แกร่งเจเนอเรชั่นที่ 3 คาเยนน์ เอส ใหม่ ผสมผสานสุดลงตัวระหว่างสมรรถนะการขับขี่สุดร้อนแรงรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความสะดวกสบายเหนือระดับเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบเปี่ยมพลังระบบ เกียร์อัตโนมัติ Tiptronic S 8 จังหวะ รูปลักษณ์ภายนอกออกแบบใหม่ และนวัตกรรมแนวคิดระบบควบคุมพร้อมหน้า จอแสดงผลทำหน้าที่เชื่อมต่อรถยนต์กับโลกแห่งการสื่อสารไร้พรมแดนได้อย่างไร้ข้อจำกัด เครื่องยนต์ 6 สูบ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ด้วยเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ ขนาดความจุ 2.9 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุดกว่า 440 แรงม้า พุ่งทะยานสู่ความเร็วสูงสุดถึง 265 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งไปยังความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาไม่ถึง 5 วินาทีเท่านั้น คาเยนน์ เอส ใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 11.4 ล้านบาท และ คาเยนน์ อี-ไฮบริด ราคาเริ่มต้นที่ 7.5 ล้านบาท

Pursche 009

911 จีที 2 อาร์เอส (911 GT2 RS)

รถสปอร์ตที่ทรงพลังและเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาของปอร์เช่ ด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบ เทอร์โบคู่ ให้พละกำลังสูงสุดกว่า 700 แรงม้า น้ำหนักตัวรถรวมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถังเพียง 1,470 กิโลกรัม ผลลัพธ์ดังกล่าวทำให้รถสปอร์ต 2 ที่นั่งคันนี้ ให้อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งไปยังความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 2.8 วินาทีเท่านั้น ยานยนต์สปอร์ตทรงพลังคันนี้ มีช่วงล่างที่ปราดเปรียว แม่นยำ จากการทำงานของระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear-axle steering และยางรถยนต์สมรรถนะสูง Ultra-High Performance (UHP) เฉกเช่นเดียวกับยางของรถสปอร์ต GT ชั้นนำ ยนตรกรรมสปอร์ตทรงพลังที่สุดของปอร์เช่คันนี้ มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 8.4 กิโลเมตรต่อลิตร 911 จีที 2     อาร์เอส ราคาเริ่มต้น 33.5 ล้านบาท

911 จีที 3 (911 GT3)

ยานยนต์สปอร์ตที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีความแรงจากสนามแข่งสู่ท้องถนน ด้วยหัวใจหลักของประสิทธิภาพการทำงานของขุมพลังเครื่องยนต์สูบนอนขนาดความจุ 4.0 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุดกว่า 500 แรงม้า สามารถพุ่งทะยานทะลุความเร็วสูงสุดกว่า 318 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัทช์คู่ 7 จังหวะ PDK เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ได้รับการปรับแต่งให้ตอบสนองกับการใช้งานในสไตล์รถ GT โดยเฉพาะ ด้วยน้ำหนักรวมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถังเพียง 1,430 กิโลกรัม ให้อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.4 วินาทีเท่านั้น 911 จีที 3 ราคาเริ่มต้น 18.4 ล้านบาท

RR 004

ROLLS-ROYCE

ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้ง นี้ โรลส์-รอยซ์ ปฐมบทแห่งความหรูหราของยนตรกรรมในประเทศไทยเปิดตัว นิว แฟนธอม เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในรุ่นฐานล้อยาว (Extended Wheelbase) สีม่วง Belladonna และ ภายในทูโทน ด้วยสีม่วง Purple Silk ตัดกับสีขาว Arctic White โดยผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองรถ นิว แฟนธอมได้ล่วงหน้า โดยมีระยะเวลาส่งมอบรถอยู่ที่ประมาณ 6-9 เดือน โดย โรลส์-รอยซ์ นิว แฟนธอม รุ่นฐานล้อมาตรฐาน (Standard Wheelbase) ราคา 53.5 ล้านบาท และ รุ่นฐานล้อยาว (Extended Wheelbase) ราคา 59.5 ล้านบาท

RR 012

นอกจากนี้ ยังมียานยนต์โรลส์-รอยซ์ รุ่นต่างๆ อาทิ เช่น

•โกสต์ (Ghost) รุ่นฐานล้อยาว (Extended Wheelbase)สีทูโทน Midnight Sapphire และ Jubilee Silver ตบแต่งภายในทูโทน สีน้ำเงิน Navy Blue และสีครีมอ่อน

•เรธ (Wraith) สีเงิน Silver และภายในทูโทนสี Seashell และ Navy Blue

•ดอว์น (Dawn) สีทูโทน Anthracite/Silver ภายในสีทูโทน Seashell และ Black

Subaru 001

SUBARU

ซูบารุ ปีนี้ดูเงียบเหงาแต่ก็ไม่เบาในเรื่องการดึงดูดผู้คนด้วยการอัดเคมเปญด้านราคาด้วยการยกทัพจัดหนักอัดโปรร้อนแรง ทั้งยัสามารถนำรถทุกรุ่นทุกยี่ห้อแลกส่วนลด 1 แสนบาท ในงานจนถึง 8 เม.ย.นี้ สำหรับโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับมอเตอร์โชว์ สำหรับผู้ที่จองและรับรถ Forester 2.0i, Forester XT, Levorg, Outback และ WRX รุ่นที่กำหนด ตั้งแต่ 19 มี.ค. ถึง 8 เม.ย. 2561 นำรถรุ่นใดยี่ห้อใดก็ได้มาแลกซื้อ รับส่วนลดมูลค่า 100,000 บาททันที พร้อมฟรีประกันชั้น 1 

Subaru 003

พิเศษ! สำหรับ Forester 2.0i และ Levorg รับเพิ่มดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน  (เฉพาะสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ เมื่อดาวน์ขั้นต่ำ 25%) และฟรีประกันภัยชั้น 1 ในปีแรก ที่โชว์รูมซูบารุทั่วประเทศ  เพื่อตอบรับทุกความต้องการสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่มากด้วยสมรรถนะและความปลอดภัย โอกาสครอบครองซูบารุพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่ไม่ควรพลาดสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 725 1888

Suzuki 001

SUZUKI

ที่บูธซูซูกิ  มอเตอร์โชว์ ครั้งนี้ แน่นอนว่าพระเอกต้องเป็น ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ จะเป็นคันไหนไปได้ อีกทั้งยังนำทัพอีโคคาร์ บุกงานหลังสร้างปรากฎการณ์ เปิดตัวเดือนแรกทำยอดจองทะลุเป้าโดยชูเทคโนโลยีสุดล้ำ DUALJET และ HEARTECT สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคด้วย All New Suzuki SWIFT สไตล์เด่นบนเส้นทางที่แตกต่าง สปอร์ตคอมแพคคาร์มาตรฐานระดับโลกมาโชว์ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 ด้วยดีไซน์สปอร์ต พร้อมโชว์เทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง DUALJET และ HEARTECT เผยปัจจุบันมียอดจองกว่า 4,000 คัน และตั้งเป้าจองทุกรุ่นในงาน 2,000 คัน All New Suzuki SWIFT มีความโดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ภายนอก ที่ยังคงความโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม มาพร้อมกับไฟหน้า LED Projector และไฟหลัง LED ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยขนาด 16 นิ้ว เครื่องยนต์รหัส K12M ขนาด 1.2 ลิตร เทคโนโลยีใหม่ หัวฉีดคู่ DUALJET กำลังสูงสุด 83 แรงม้า (61 กิโลวัตต์) พร้อมแรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่ช่วยลดมลพิษและประหยัดน้ำมันถึง 23 กิโลเมตรต่อลิตร นอกจากนี้ ยังมี แพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT ซึ่งทำให้รถมีน้ำหนักน้อยลง แต่คงความแข็งแกร่งพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ TECT ป้องกันการสั่นสะเทือนเหมาะกับการขับในเมืองด้วยระบบ IDLING STOP ที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันขณะรถหยุดนิ่ง พร้อมระบบ Hill Hold Control ที่จะช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว EPS คล่องตัวกว่าด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 4.8 เมตร เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้นด้วยถุงลมนิรภัย SRS ถึง 6 ตำแหน่ง และพวงมาลัยที่ออกแบบใหม่เป็นรูปตัว D เพื่อเพิ่มพื้นที่วางเท้าให้กว้างขึ้น  ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ Suzuki Smart Connect ขนาด 7 นิ้ว ที่ควบรวมระบบนำทางที่แม่นยำ กับฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth สำหรับ All New Suzuki SWIFT มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี โดยมี 2 สีใหม่ คือ Speedy Blue Metallic และ Pure White Pearl 

Suzuki 003

นอกจาก All New Suzuki SWIFT แล้ว ภายในงานนี้บริษัทยังได้นำรถยนต์รุ่นอื่นๆมาโชว์อีกด้วย เริ่มจาก Suzuki Ciaz ที่สุดของความคุ้มค่า มากกว่ากับความสบาย ซึ่งเป็นรถอีโคคาร์ รายเดียวที่มีช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ตามมาด้วย Suzuki CELERIO คอมแพคคาร์ ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งาน ครบทุกความต้องการ เครื่องยนต์สมรรถนะเกินตัว  นั่งสบายด้วยหลังคาสูงเกินคาด พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า และกุญแจนิรภัย  Immobilizer ปราดเปรียวด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 4.7 เมตร  ประหยัดน้ำมันกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร  รองรับน้ำมัน E20 

Suzuki 002

และ Suzuki ERTIGA รถยนต์อเนกประสงค์ 3 แถว 7 ที่นั่ง ปรับพับได้ ถึง 8 แบบ ดีไซน์สปอร์ตเรียบหรู กระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว พร้อมไฟตัดหมอก กระจกมองข้างพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว ตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียมหรูหราสะดวกสบายด้วยปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย  พร้อมระบบ One touch Walk-in ระบบปรับอากาศแถวหน้าและแถวหลัง  และ Suzuki CARRY รถกระบะอเนกประสงค์ตัวจริง รถบรรทุกเชิงพาณิชย์ขนาดเล็กสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจเป็นของตนเอง สามารถดัดแปลงรูปแบบภายนอกได้หลากหลายแบบ เหมาะกับธุรกิจประเภทต่างๆ 

Toyota 001

TOYOTA

โตโยต้า ข้าร่วมจัดแสดงยานยนต์ที่มีความหลากหลาย ภายใต้แนวคิด “LIVE ALIVE…Live Ever Better  ออกไป….ใช้ชีวิต” กับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ทำให้ทุกชีวิตไปได้ไกลกว่า พาท่องโลกกว้าง ได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง พร้อมจัดแสดง 4 เทคโนโลยีใหม่ที่ถือเป็นมาตรฐานของรถยนต์โตโยต้า เพื่อตอบสนองในทุกรูปแบบของการใช้ชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด เริ่มต้นด้วยระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ที่พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อความทนทานและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นสถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ (Toyota New Global Architecture หรือ TNGA) สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจกว่าเคย มาตรฐานความปลอดภัยใหม่ระดับโลก (Toyota Safety Sense หรือ TSS) มาตรฐานความปลอดภัยใหม่เพื่อทุกชีวิต และท้ายสุดกับ Toyota T-Connect Telematics เชื่อมต่อทุกเส้นทาง

Toyota 005

พร้อมเปิดประสบการณ์เทคโนโลยีอัฉริยะToyota T-Connect Telematics กับรถยนต์ทั้ง 5 ได้ที่บูทโตโยต้า 

•โตโยต้าซีเอชอาร์ (TOYOTA C-HR)  รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด  

•โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ (TOYOTA FORTUNER)  รุ่น 2.8V 

•โตโยต้าอินโนวา (TOYOTA INNOVA) รุ่น 2.8V 

•โตโยต้าคัมรี (TOYOTA CAMRY) รุ่น 2.5 HV Premium

•โตโยต้าอัลฟาร์ด (TOYOTA ALPHARD) 

Volvo 001

VOLVO

 วอลโว่ ร่วมจัดบูธแสดงสินค้าในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 เพื่อก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืนของแบรนด์ยานยนต์ระดับหรูจากสแกนดิเนเวียน โดยในปี ค.ศ. 2017 ที่ผ่านมา บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย มียอดจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้นถึง 32.4% ซึ่งนอกจากบริษัทจะมุ่งมั่นนำเสนอประสบการณ์ชั้นเลิศแก่ลูกค้าในเมืองไทยที่ยึดมั่นในแบรนด์วอลโว่มาอย่างยาวนานด้วยการปรับปรุงคุณภาพของศูนย์ผู้แทนจำหน่ายอย่างต่อเนื่องแล้ว วอลโว่ยังดึงดูดลูกค้าใหม่ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ประสิทธิภาพสูงรุ่นปี 2017 อีกหลายรุ่นทั่วโลกการร่วมงานของวอลโว่ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญของวอลโว่ ผู้บุกเบิกนวัตกรรมชั้นนำแห่งตลาดรถยนต์ ในการนำเสนอแพ็คเกจสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าสูงสุดแก่เจ้าของรถ เพื่อสร้างความอุ่นใจแก่ผู้บริโภคด้วยบริการหลังการขายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในตลาดรถยนต์พรีเมี่ยมระดับหรู 

Volvo 003

ด้วยการปกป้องคุ้มครองผู้ขับขี่รถยนต์วอลโว่ตลอดระยะเวลา 5 ปี ซึ่งแพ็คเกจประกอบด้วย ประกันภัยชั้น 1 นาน 5 ปี, บริการบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร, บริการรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร, และบริการให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี สิทธิประโยชน์เหล่านี้ถูกออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมี่ยมแก่ลูกค้าของวอลโว่ ซึ่งบริษัทยินดีต้อนรับผู้บริโภคสู่ครอบครัววอลโว่ เพื่อให้สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอบริการที่เป็นเลิศสู่ตลาดยานยนต์

Volvo 012

  ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 วอลโว่ภูมิใจนำเสนอรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง V40, XC60, S90, XC90 และ V90 ซึ่งถือเป็นสุดยอดยานยนต์จากวอลโว่ที่มอบความเป็นเลิศทั้งในด้านสไตล์การออกแบบ ความปลอดภัย และเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายที่ดีที่สุดในรถยนต์คลาสเดียวกัน ซึ่งรถยนต์รุ่นล่าสุดเหล่านี้ยังได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงาม หรูหรา สะดวกสบาย และการตกแต่งอย่างประณีตในทุกองค์ประกอบอย่างเหนือชั้นกว่ารถยนต์ในทุกระดับ ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนจากการตกแต่งห้องโดยสารทั้งในส่วนผู้ขับและผู้โดยสารของรุ่น XC60 ซึ่งโดดเด่นด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายสบายตา โทนสีเข้มที่หรูหรา เอกลักษณ์งานออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียน และความสอดคล้องตามหลักสรีรศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบในทุกองค์ประกอบ วอลโว่ยังเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้ผลิตรถยนต์สำหรับขับขี่บนท้องถนนที่มีความปลอดภัยสูงสุด และยังเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งวอลโว่ยังมีแผนการพัฒนาเครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าโดยสมบูรณ์ในอนาคตอันใกล้

 

READMORE