HondaCivicBanner900x90

MGBanner 900x90px

Isuzu Banner Mar 2018

 
 
  P001  
  538 Download
Download
Read On PDF
 
 
 

Honda NSX  MY 2017

Honda NSX  MY 2017

Honda NSX MY 2017 the Specifically created to bring a New Sports eXperience to the supercar segment

BANGKOK 14 JULY 2016

นับตั้งแต่ ฮอนด้า NSX ได้เปิดตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1989 มันได้ปฏิวัติวงการซุปเปอร์คาร์ ด้วยสมรรถนะและพลังขับเคลื่อนที่เหนือกว่ารถยนต์ประเภทเดียวกันในเวลานั้น และฮอนด้าตั้งใจที่จะนำประสบการณ์รถสปอร์ตที่เหนือชั้นกลับมาอีกครั้งกับ Honda NSX 2017 ที่นำเอาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดผนวกเข้ากับการรีดน้ำหนักตัวรถให้เบาที่สุด ทั้งตัวถังและแชสซีอะลูมิเนียม ลูกสูบฟอจด์ ก้านสูบและวาล์ว VTEC ไทเทเนียม นอกจากนี้ NSX ยังเน้นการออกแบบผ่านองค์ประกอบหลักเพื่อให้การเชื่อมต่อระหว่างคนขับรถกับรถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Mr.Michelle Christensen หัวหน้าโครงการการออกแบบภายนอก ดีไซน์สตูดิโอของฮอนด้าที่ลอสแองเจลิส กล่าวว่า ปรัชญาและแนวคิดในการออกแบบของฮอนด้า เน้นในเรื่องของรูปลักษณ์ที่ต้องประสานกับฟังก์ชั่นการใช้งานและสมรรถนะ ซึ่งหัวใจหลักในการออกแบบ NSX นั้นต้องไปในทิศทางเดียวกันกับพลังแห่งการขับเคลื่อน ดังนั้น รูปลักษณ์ภายนอกของNSX จึงต้องมีดีไซน์ที่สวยงามและไปด้วยกันกับสมรรถนะ ดังนั้น ทุกการตัดสินใจรออกแบบและการเลือกใช้วัสดุ ในทุกๆมิลลิเมตรจะโฟกัสที่การเพิ่มประสิทธิภาพและสมรรถนะของตัวรถเป็นสำคัญ

New NSX เป็นรถยนต์ซุปเปอร์คาร์คันแรกของโลกที่นำมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้ร่วมกับเครื่องยนต์ด้วยระบบสปอร์ตไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้อ (Sport Hybrid All Wheel Drive :SH-AWD) ขุมพลังทั้งจากเครื่องยนต์ V-6ความจุ 3.5ลิตร และสองมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100km/h ได้ภายใน 3วินาที ความเร็วสูงสุด 307km/h แรงบิด 476 Nm ใช้ระบบเกียร์คลัทช์คู่ 9 สปีด (Dual Clutch Transnmission : DCT) ระบบช่วงล่างแบบปีกนกคู่ด้านหน้าและแบบมัลติลิงก์ด้านหลัง  เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบไดนามิกของเบรกและการเข้าโค้ง ด้วยระบบ Torque Vectoring ที่สามารถควบคุมความเร็วการหมุนของล้อหน้าได้อย่างอิสระ

New NSX ใช้ล้อฟอดจ์อะลูมิเนียมอัลลอยด์ และยาง Continental Conti Sport Contact high performance summer ด้านหน้า ขนาด245 / 35 ZR19 และด้านหลัง ขนาด305 / 30 ZR20

ระบบการขับเคลื่อนแบ่งออกเป็น 4 แบบด้วยกัน คือ Quiet, Sport, Sport+ และ Track ซึ่งในแต่ละแบบการควบคุมจะส่งผ่าน แชสซี ระบบส่งกำลัง พวงมาลัย เบรก เครื่องยนต์ เกียร์ และ ระบบการขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสปอร์ต ไฮบริด (SH-AWD) โดยรูปแบบการขับขี่ทั้งหมดปรับเปลี่ยนได้ดังใจทุกเวลาด้วยปุ่มควบคุมแบบหมุนที่คอนโซลกลาง รวมทั้งผู้ขับสามารถปรับตั้งเมนูควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัส ให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานและสภาพแวดล้อมในการขับขี่ได้อีกด้วย 

โหมด Quiet ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เป็นโหมดการขับขี่ที่ประหยัดพลังงานและลดเสียงภายในห้องโดยสารได้มากที่สุด เมื่อสตาร์ตเสียงเครื่องยนต์จะเบากว่าโหมดการขับขี่ในแบบอื่นๆ วาล์วท่อไอเสียจะถูกปิดเพื่อลดเสียงรบกวน ความเร็วรอบเครื่องยนต์จะถูกจำกัดไว้ในระดับต่ำที่ 4,000 rpm โดยเมื่อเลือกขับขี่ในโหมดนี้ เข็มชี้วัดบนหน้าจอควบคุมจะแสดงเป็นสีฟ้า

โหมด Sport   การเลือกขับขี่ในโหมดนี้ จะทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมความเร็วของรถได้ดังใจซึ่งเป็นข้อดีของระบบสปอร์ต ไฮบริด เมื่อเทียบกับในโหมด Quiet ที่จำกัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ไว้ที่ 4,000 rpm การเปลี่ยนเกียร์จะตอบสนองได้รวดเร็วเต็มสมรรถนะของเครื่องยนต์ และเพิ่มความแรงขึ้นตามระดับของการเปลี่ยนเกียร์นั่นเอง ระบบการควบคุมเสียงเครื่องยนต์และท่อไอเสียจะทำงานตามปกติ แต่สามารถเลือกให้หยุดการทำงานได้เช่นเดียวกับในโหมด Quiet เมื่อเลือกขับขี่ในโหมด Sport นี้ เข็มชี้วัดบนหน้าจอควบคุมจะแสดงเป็นสีขาว

โหมด Sport+ เป็นโหมดที่เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกัน ให้ความสำคัญกับการรีดพลังการขับขี่ให้สูงสุดเต็มสมรรถนะ ตอบสนองการเปลี่ยนเกียร์9DCT ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึง ระบบช่วยเบรกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับควบคุม (Agile Handling Assist : AHA) ช่วงล่างแบบ Magnetorheological Dampers ซึ่งสามารถปรับระดับความแข่งอ่อนได้ตามสภาพการขับขี่ และการควบคุมระบบพวงมาลัยที่จะเพิ่มประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าโหมดการขับขี่ปกติ เมื่อเลือกขับขี่ในโหมด Sport นี้ เข็มชี้วัดบนหน้าจอควบคุมจะแสดงเป็นสีแดง

การขับขี่ในโหมด Track จะปลดล็อกพลังทุกอย่างเพื่อรองรับความเร็วที่เพิ่มขึ้นในระดับเดียวกับในสนามแข่ง ระบบเบรก การเปลี่ยนเกียร์ จะอยู่ในระดับที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วสูงสุด สอดคล้องกับระบบการขับเคลื่อนสี่ล้อ (SH-AWD) เสียงเครื่องยนต์จะแรงตามสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นสูงสุดและจะได้ยินชัดเจนภายในห้องโดยสาร แม้ว่าผู้ขับจะสวมหมวกกันน็อคก็ตาม

Mr.Michael Cao หัวหน้าโครงการการออกแบบภายใน กล่าวว่า การออกแบบภายในของNSX ได้รวบรวมเอาทุกคุณลักษณะที่ดีที่สุดของอุปกรณ์ตกแต่งภายในไว้ด้วยกัน การใช้งานที่ชัดเจนง่ายดายในทุกฟังก์ชั่น ภายใต้การออกแบบที่ทันสมัย สมกับการเป็นซุปเปอร์คาร์ในเจเนอเรชั่นต่อไป 

ภายใน New NSX จะเน้นในการซัพพอร์ตผู้ขับให้สามารถขับขี่ได้ดีและเร็วขึ้นทั้งในสภาพถนนปกติหรือสนามแข่ง ด้วยเบาะที่นั่งแบบสปอร์ตหุ้มด้วย Alcantara สามารถปรับได้สี่ทิศทาง ออกแบบพัฒนาให้รองรับกับสรีระมากที่สุดเพื่อความสะดวกสบายและคำนึงถึงความปลอดภัย โครงสร้างของฐานเบาะที่นั่งสร้างขึ้นจากอะลูมิเนียมเพื่อให้ตัวรถมีน้ำหนักเบา ส่วนพนักรองศีรษะถูกดีไซน์ให้เหมาะสมกับกรณีที่ผู้ขับต้องใส่หมวกกันน็อคในสนามแข่งอีกด้วย

  แผงควบคุมอุปกรณ์ต่างๆที่คอนโซลกลาง บนจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว ใช้ระบบ Honda CONNECT ที่สามารถรองรับได้ทั้ง Apple Car Play และ Android Auto แสดงการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆครบครัน อาทิ ระบบควบคุมอุณหภูมิ, ระบบส่งกำลัง Electronic Gear Selector, ระบบเบรกมือไฟฟ้า Electronic Parking Brake เป็นต้น ระบบเครื่องเสียง ELS Studio® ลำโพง 8 ตัว580-watt ,การเชื่อมต่อไร้สายทั้ง WiFi / Bluetooth รวมทั้ง USB พอร์ต

 

READMORE